"พล.ต.ท.สุวิระ" ลุยตรวจค้นบ้านเครือข่าย "ยูฟัน" 3 จุด ลั่นยึดทรัพย์127ล้าน ประสานปปง.อายัดทรัพย์อื่นๆ
จากกรณี พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ณราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.จว.ฉะเชิงเทรา ได้ขออำนาจศาลอาญาเพื่อขออนุมัติหมายจับ น.ส.พีรญา หาญพรม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/234 ซ พหลโยธิน 52 แยก43 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่787/2558 ลงวันที่ 25 เม.ย.2558 ในข้อหา“ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” หลังสืบทราบว่ามีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับขบวนการยูฟัน จนกระทั่วรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 เม.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากวานนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ น.ส.พีรญา และได้ให้ชุดสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้นั้น เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา น.ส.พีรญา ได้โทรศัพท์ประสานมาขอเข้ามอบตัวกับทางตนเป็นที่เรียบร้อย และได้ทำการสอบปากคำในบางประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุวิระ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ.เข้าตรวจค้นยึดทรัพย์ของเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ภายในหมู่บ้านแกรนด์ แบงคอก บูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา 2 โดยมีน.ส.พีรญา หาญพรม หรือ เอ๋ อายุ 27 ปี สมาชิกลำดับต้นๆของบริษัท ยูฟัน พาเจ้าหน้าที่นำตรวจค้น
โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้น ศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 112/2558 ลงวันที่ 25 เม.ย.เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่78/40 ภายในหมู่บ้านแกรนด์ แบงคอก บูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา 2 ถนนรามอินทรา เขตคันนายาว กทม.ซึ่งเป็นบ้านที่ น.ส.พีรญา ซื้อไว้ โดยบ้านดังกล่าวเป็นบ้านหรูสูง 3 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ซึ่งอยู่ระหว่างตกแต่งภายใน มูลค่ารวม 35 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า MRS สีแดง หมายเลขทะเบียน ฆล 1 กทม. สีแดง
ต่อมาจุดที่สอง เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 113/2558 ลงวันที่ 25 เม.ย. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/9 ภายในหมู่บ้านเดียวกัน โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหรูสูง 3 ชั้น เนื้อที่กว่า 50 ตารางวา มูลค่า 20 ล้าน ซึ่งภายในบ้านอยู่ระหว่างการตกแต่ง ไม่มีทรัพย์สินหรือของมีค่าใดๆ
และจุดที่สามเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้น ศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 111/2558 ลงวันที่ 25 เม.ย. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 299/383 หมู่บ้านนันทนา ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม ซึ่งเป็นบ้านของนายอภิณัฐ แสงกล้า หรือณัฐ ผู้ต้องหาลำดับที่ 8 ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหรูสูง 2 ชั้น เนื้อที่กว่า 135 ตารางวา จากการตรวจค้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่มีสิ่งของมีค่าหรือทรัพย์สินใดๆ ซุกซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามทราบว่านายณัฐ ได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวในราคา 17 ล้าน
ด้าน พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า จากการตรวจค้าบ้านเลขที่ 78/40 และ 78/9 ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลัง เจ้าของบ้านได้ร่วมธุรกิจของยูฟัน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ปปง.ได้ยึดและประสานไปยัง ปปง.อายัติทรัพย์ไปขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายในคดีดังกล่าว
ส่วนกรณีที่ทรัพย์ต่างๆได้มาจากการกระทำความผิดของยูฟันนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตัดสินให้คืนของแก่ผู้เสียหาย แต่จะไม่ตัดสิทธิ์ผู้เป็นเจ้าของ โดยสามารถนำหลักฐานมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ได้่ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดมานั้นได้มาด้วยความสุจริต ส่วนทางผู้บริหารบริษัท ยูฟันนั้น ตนอยากจะพบและเจรจา เพื่อให้ผู้บริหารของยูฟันออกมาชี้แจงว่า เป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในทางกลับกัน ทางผู้บริหารของยูฟันกลับชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียว่า ธุรกิจของตนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทางเจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าทางยูฟันเป็นธุรกิจผิดกฎหมายจริง
“ตั้งแต่วันที่ 25-26 เม.ย.นี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินของน.ส.พีรญา และนายนายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ อายุ 34 ปี ได้ทั้งหมด 127 ล้านบาท และจะทำการประสานไปยัง ปปง.เพื่ออายัดทรัพย์สินต่อไป ทั้งนี้ในคดีเกี่ยวกับยูฟันนั้น ได้ออกหมายจับไปแล้ว 13 คน หลบหนีอีก 6 คน และ สามารถควบคุมตัวได้ 7 คน โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะนำตัวไปฝากขังที่ศาล เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่วนอีก 2 คน ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ สามารถประกันตัวได้ หรือการประกันตัวแต่ละครั้งจะต้องอยู่ในการพิจารณาของศาล ส่วนมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดจากบริษัท ยูฟันได้ทั้งหมด 671 ล้านบาท ซึ่งจะต้องประสาน ปปง.ยึดทรัพย์สินและตรวจสอบต่อไป” ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
ด้านน.ส.พีรญา กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวว่าตนถูกออกหมายจับจึงเดินทางขอเข้ามอบตัว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินคดีกับบริษัท ยูฟัน ไทยแลนด์ จำกัด เนื่องจากตนก็อยู่ในสถานะผู้เสียหายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอยืนยันว่าสมาชิกหลายคนเข้ามาร่วมลงทุนด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตนและเพื่อนเป็นเพียงแค่สมาชิกเท่านั้น เพราะฉะนั้นตนยินดีที่จะให้ความร่วมมือทุออย่างในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หรือแม้กระทั่งการตรวจค้นบ้านในวันนี้ ตนมั่นใจว่าเงินที่ใช้ซื้อบ้านได้มาจากน้ำพักน้ำแรง
“ในความเป็นจริงแล้วทางผู้บริหารบริษัท ยูฟันจะต้องออกมาชี้แจง เพื่อไขข้อสงสัย หรือเพื่อยืนยันการประกอบธุรกิจว่าบริสุทธิ์ ไม่ใช่ให้สมาชิกมาชี้แจงเอง จึงอยากจะขอให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกของยูฟัน รีบมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อจะได้กันตัวไว้เป็นผู้เสียหาย เพราะคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง ซึ่งศาลจะสั่งให้ชดใช้ คือจะได้รับชดเชยค่าเสียหายของทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ยึดไป” น.ส.พีรญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ทาง ปปง.จะดำเนินการตรวจสอบคดีนี้เป็นพิเศษ โดยการนำของกลางที่ยึดได้จากธุรกิจยูฟันไปขายทอดตลาด เพื่อนำทรัพย์สินมาคืนผู้เสียหาย หรือแม้กระทั่งทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ ทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อยึดทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายมาดำเนินการในประเทศไทยต่อไป





