"อธิบดีกรมที่ดิน" ยืนยันตรวจสอบกรณีที่ดินโบนันซ่าโปร่งใส คาดรู้ผลใน 6 เดือน หากผิดจริงเตรียมเพิกถอนและดำเนินคดีทางกฎหมาย
นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวถึงกรณีที่สปก. ตรวจสอบพบรีสอร์ทโบนันซ่าบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จำนวน 55 ไร่ ว่า ในส่วนของกรมที่ดิน ขณะนี้ได้สั่งการให้จังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและรอบคอบแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดและบุกรุกจริงหรือไม่ เพื่อเพิกถอนต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าข้อมูลตรงกันกับที่สปก. ระบุ แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ทางจังหวัดส่งเรื่องมาที่กรมที่ดินก่อน จึงจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ผู้กระทำผิดยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ คาดว่าระยะเวลาที่จะได้ข้อยุติเรื่องนี้น่าจะประมาณ 6 เดือนหรืออาจเร็วกว่านั้น เนื่องจากเป็นกรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคม และส่งผลกระทบกับการค้าการลงทุน โดยเฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์บางโครงการในจังหวัดนครราชสีมาต้องชะงัก ยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมาและให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุด
“หากพบว่าบุกรุกจริงก็ต้องเพิกถอนและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ยืนยันไม่ปกป้องใคร ผิดก็ต้องว่าตามผิด ไม่ละเว้น แต่จะตรวจสอบอย่างละเอียดรอบด้านว่าอะไรเป็นอะไร จะไม่ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มีระเบียบดำเนินการอยู่แล้ว เราจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย แต่ยังกังวลว่ากรณีนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2519 เป็นระยะเวลา เกือบ 40 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ ทั้ง 4 คน ที่ออกเอกสารสิทธิ์ให้ ไปอยู่ที่ไหนแล้ว จึงเป็นเรื่องยากหากจะหาตัวมาดำเนินคดี ” อธิบดีกรมที่ดิน กล่าว
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับที่ดินที่เพิกถอนแล้ว จะส่งคืนให้กับหน่วยงานเดิมที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อนำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกรไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรต่อไป ส่วนแนวทางป้องกันการบุกรุกที่ดินต่อจากกนี้ กรมที่ดินได้วางมาตรการใหม่ โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เก็บข้อมูลที่ดินทุกแปลง ทั้งภาพถ่ายทางอากาศและจัดทำแผนที่ 1 : 4,000 เชื่อว่า ปี 2560 จะเชื่อมโยงระบบให้สามารถตรวจสอบได้ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังมีนโยบายกระตุ้นจิตสำนึกของข้าราชการให้มีใจบริการประชาชนอย่างรวดเร็ว ไม่รับผลประโยชน์ และมีกล่องรับคำติชมรับเรื่องร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่กระทำความผิด เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ทำให้ข้าราชการเกิดความเกรงกลัวมากขึ้น
“ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน กรมที่ดินไม่รับรองการออกเอกสารสิทธิ์ สค.1 ให้กับใครแล้ว เหลือเพียง 2 แสนแปลงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของศาล เชื่อว่าในอนาคต จะไม่มีปัญหาเรื่องที่ดินลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก แต่ยอมรับว่ากรณีโบนันซ่า เป็นเรื่องที่เกิดในอดีต และมีความผิดพลาดจากหลายส่วน ทั้งจากการขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่อาจส่งผลให้การตรวจสอบขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะความผิดคล้ายคลึงกันได้ ทางกรมที่ดิน จึงเตรียมรับมือด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญไว้รองรับแล้ว ขณะเดียวกันมีแนวความคิดว่าจะเสนอกฎหมายเพื่อรองรับกรณีเอกชนรุกล้ำที่ดิน ในลักษณะดังกล่าว เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมา เช่น เมื่อพบการรุกล้ำที่ดินรัฐ อาจจะเพิกถอนที่คืน แต่จะให้เอกชนรายนั้นเช่าที่ของรัฐต่อไปตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เอกชนได้ทุนคืนก่อน ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย เพราะกรณีที่รัฐยึดคืนที่ และรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง อาจทำให้ส่งผละกระทบเป็นวงกว้างได้” อธิบดีกรมที่ดิน กล่าว





