วางระเบิดในสวนยางผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโต๊ะเด็ง สุไหงปาดี เหยียบขาขาดทั้ง 2 ข้าง
วันนี้( 6 เม.ย.) ร.ต.ท.อนุกูล ไชยสุวรรณ ร้อยเวร สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุชาวบ้านเหยียบกับระเบิดในสวนยางพาราด้านหลังฟาร์มโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร และมูลนิธิกู้ภัยสุไหงปาดี รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบผู้ได้รับบาดเจ็บ เหยียบกับระเบิดทำให้ขาขาดทั้ง 2 ข้าง ทราบชื่อ คือ นายอาหะมะ ดาโอ๊ะ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.3 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำร่างส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก ในเวลาต่อมา
โดยในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซี หนักประมาณ 1 ถึง 2ก.ก. จุดชนวนด้วยระเบิดเท้าเหยียบ ตกกระจายเกลื่อน และมีกองเลือดกับชิ้นส่วนช่วงเท้าของมนุษย์ตกอยู่จำนวนหนึ่งเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถ จยย.เดินทางไปกรีดยางตามกิจวัตรประจำวัน และในระหว่างที่ผู้บาดเจ็บเดินเก็บขี้ยางอยู่นั้น เท้าได้ไปเหยียบกับกับระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เท้าทั้ง2ข้างขาด ต่อมาชาวบ้านที่กรีดยางอยู่ในละแวกดังกล่าวได้ยินเสียงระเบิด จึงได้ชวนกันเดินมาดู พบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญคราง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลดังกล่าว
ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบทำร้ายและดักสังหารคนของทางการรายวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 5 เม.ย.58 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบวัตถุต้องสงสัยวางไว้ที่เสาไฟฟ้าแรงสูง ริมถนนทางหลวง สายบานา-แหลมนก(ทางเข้าเมืองปัตตานี) ม.8 บ้านแหลมนก ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ห่างจากจุดที่เคยเกิดระเบิดแล้วเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ประมาณ 200 เมตร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี และทหาร เข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นระเบิดจริง ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด จึงใช้เครื่องยิงทำลายวงจรด้วยน้ำแรงดันสูงตัดวงจรระเบิด ก่อนที่จะเข้าตรวจสอบอีกครั้งและพบว่า ยังมีตัวจุดชนวนระเบิดภายในอีกจุดหนึ่ง จึงใช้เครื่องยิงทำลายอีกครั้ง จนทำให้เกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว เครื่องยิงทำลายวงจรด้วยน้ำแรงดันสูงได้รับความเสียหายจนใช้การไม่ได้ ทราบว่า ราคากว่า 5 แสนบาท
หลังสามารถทำลายระเบิดได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำชิ้นส่วนระเบิดมาตรวจสอบ ปรากฏว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่อง บรรจุในท่อเหล็ก ยาวประมาณ 1 ฟุตเศษ น้ำหนักประมาณ 20 กก. จุดชนวน 2 ระบบ คือ ไอซีไทม์เมอร์ ชนิดตั้งเวลา และมีกับดักแบบกดระเบิดอีกจุดหนึ่ง เพื่อเป็นกลลวง เมื่อเจ้าหน้าที่ทำลายวงจรแล้ว และนำมาถอดชิ้นส่วนก็จะระเบิดทันที นับว่าโชคดีที่ชุดเก็บกุ้วัตถุระเบิดรอบคอบ มาพบเสียก่อนจึงยิงทำลายได้ ซึ่งระเบิดชนิดนี้ พบเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุความรุนแรงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ภายหลังสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ คนนั่งซ้อนท้ายได้นำระเบิดมาวางไว้ที่โคนเสาไฟฟ้าแรงสูง ใกล้กับจุดที่เคยระเบิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ประมาณ 200 เมตร ซึ่งเสาที่ระเบิดไปแล้ว ยังติดตั้งใหม่ไม่เรียบร้อย จากนั้นคนร้ายหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ เชื่อว่า คนร้ายต้องการวางระเบิดให้เสาไฟฟ้าแรงสูง ที่จ่ายไฟสู่เขตนิคมอุตสาหกรรมปัตตานี ซึ่งมีโรงงานผลิตหลายสิบโรงล้ม เพื่อให้กระแสไฟฟ้าดับ มีผลกระทบต่อโรงงานต่างๆที่ไม่สามารถผลิตได้ ต้องการทำลายบรรยากาศเศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานี และยังเชื่อว่า น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ลอบวางระเบิด 5 จุดในพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่คนร้ายพยายามวางระเบิดซ้ำซ้อนบริเวณเสาไฟฟ้า ย่านเขตอุตสาหกรรม ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ทาง พ.ต.อ.กีรติ แวยูโซ๊ะ ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ ทั้งในและนอกเครื่องแบบของ สภ.เมืองปัตตานี ออกหาข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย และรายงานให้ทราบทุกวัน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ที่ตั้งจุดตรวจชั้นนอก ชั้นใน ให้เข้มข้นในการตรวจรถยนต์และ จยย.ให้ละเอียด โดยเฉพะเส้นทาง เขตทางเข้าเขตอุตสาหกรรม ทั้ง 4 สาย เช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจในตัวเมืองปัตตานี ย่านชุมชน เนื่องจากคนร้ายกำลังพยายามสร้างสถานการณ์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ ซึ่งระเบิดที่คนร้ายประกอบยังคงเหลืออีก 3 ลูก ที่จะนำมาสร้างสถานการณ์ร้ายอีก





