คนที่สนใจการเมืองและติดตามการร่างรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิดผิดหวังไม่เห็นตัวร่างในการรับฟังความเห็นจากประชาชน
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้นำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านการทบทวนเสร็จหมาดๆ ไปรับฟังความเห็นจากประชาชน โดยเริ่มที่ จ.เชียงใหม่ แน่นอนว่าเสียงตอบรับที่ออกมามีทั้งบวกและลบ
หลายคนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นคนที่สนใจการเมืองและติดตามการร่างรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด อาจจะผิดหวังเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไม่เห็นตัวร่างรัฐธรรมนูญที่จะนำไปรับฟังความเห็นหลายคนถึงกับบ่นอุบว่า เมื่อตัวร่างยังไม่เห็นจะสามารถให้ความเห้นหรือข้อเสนอแนะใดๆได้
แต่ก็ใช่ว่ากรรมาธิการยกร่างจะไม่มีอะไรไปเป็นตัวตุ๊กตาเสียทีเดียว หากแต่มี “หนังสือ” สรุปสาระของร่างรัฐธรรมนูญไปให้ ทั้งนี้กรรมาธิการฯให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญกำหนดว่าต้องส่งร่างที่เสร็จรอบแรกให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ จึงหวั่นว่าหากนำร่างจริงมาเสนอในเวทีก่อนจะถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ซึ่งในสาระที่นำเสนอก็น่าสนใจและครอบคลุมไม่น้อย แต่ผู้ที่ติดตามย่อมอยากจะเห็น “ตัวจริง - ถ้อยคำจริง” ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะสาระที่สรุปมานั้นก็เป็นเพียงการสรุป แต่เนื้อหาจริงๆที่อยู่ในรัฐธรรมนูญนั้นใครๆก็รู้ว่า “ตัวอักษรที่ปรากฏ” สำคัญไม่น้อยกว่าสาระที่นำมาบอกกล่าว และหลายคนก้เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้เห็น มากกว่าสิ่งที่คนอื่นบอกเล่า
อย่างไรก็ตามการรับฟังความเห็นครั้งนี้ก็ได้เรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย อาทิ กลุ่ม ประเด็นสถาบันการเมือง นักการเมือง และการเลือกตั้ง มีข้อเสนอให้ ปรับปรุงบทบาทของ กกต. โดยเพิ่มการให้ข้อมูลความรู้กับประชาชนเช่น สำนึกพลเมือง เป็นต้น นอกจากนี้ยังเสนอให้ กกต. ต้องถูกตรวจสอบและมีบทลงโทษหากพบว่าร่วมกระทำให้การเลือกตั้งไม่โปร่งใส รวมทั้งเสนอให้ ประชาชนในพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับการจัดเลือกตั้งและตรวจสอบการเลือกตั้งทุกระดับ
ส่วนเรื่องจำนวน ส.ส. ก็มีข้อเสนอที่เห็นไม่ตรงกับคณะกรรมาธิการ โดยเห็นควรให้เพิิ่มจำนวน ส.ส.เขต เพื่อให้การดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง นอกจากนั้นต้องมีมาตรการที่ลดบทบาทตระกูลการเมือง เพื่อลดความครอบงำทางการเมือง โดยก่อนการเข้าสู่การเลือกตั้งของนักการเมืองต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ด้านการบริหารประเทศก็มีมีข้อเสนอให้กำหนดให้ชัดเจนเลยว่าต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังจากที่รัฐบาลบริหารประเทศมาแล้ว 2 ปี เพื่อความต่อเนื่องในการบริหาร
สำหรับการชุมนุมประท้วงของประชาชนเสนอให้กำหนดบทลงโทษผู้นำม็อบการเมืองที่ใช้ประชาชนไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง
ด้านการบริหารท้องถิ่นก็เห็นควรให้กำนันผู้ใหญ่บ้านมาจากการเลือกตั้งในพื้นที่และมีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี
หรือใน กลุ่มประเด็นกระบวนการยุติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีข้อเสนอให้ปฏิรูปองค์การตำรวจ โดยกำหนดให้ทำหน้าที่เฉพาะสืบสวนสอบสวนเท่านั้น ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยว หรือตำรวจป่าไม้ควรนำไปสังกัดหน่วยงานอื่น
ขณะที่กลุ่มประเด็นการปฏิรูปและความปรองดอง นั้นมีข้อเสนอต่อการปฏิรูปสื่อมวลชน โดยเห็นควรให้มีการกำกับดูแลวิทยุชุมชนอย่างเป็นระบบและเคร่งครัด หลังจากพบว่าวิทยุชุมชนได้ให้ข้อมูลข่าวสารลักษณะมอมเมาเยาวชน
เหล่านี้คือข้อเสนอจากภูมิภาคที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนจะรับฟังไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดการยอมรับหรือทำเป็นเพียงพิธีกรรม ก็อยู่ที่การตัดสินใจของ “กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ” เอง





