ตร.ประเวศ จับแม่บ้านแสบ ฉกพระเครื่องนายจ้างค่ากว่า 3 ล้าน
พ.ต.ท.วัลลภ ณ.นคร รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ธงชัย แก้วทา สว.สส. , ร.ต.อ.สิทธิเดช หาญจริง รอง สว.สส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ร่วมกันจับกุมตัว นางชนัญชิตา หรือตุ๊กทองไทย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงหนองบอนเขตประเวศ พร้อมของกลางที่ตรวจค้นได้ภายในห้องพัก ประกอบด้วยพระเครื่องจำนวนมาก อาทิ พระสมเด็จเกศไชโย 2 องค์ พระหลวงปู่เชียว 1 องค์ , พระหลวงพ่อวัดครบุรี 1 องค์ , พระหลวงพ่อโสธร 1 องค์ , พระสามกษัตย์ 1 องค์ โดยกล่องดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเคหะสถานและรับซื้อของโจร
พ.ต.ท.วัลลภ ณ.นครรอง ผกก.สส.สน.ประเวศ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นายณรงค์ศักดิ์ อัสนี อายุ 45 ปี เจ้าของธุรกิจสปาย่านสุขุมวิท ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ว่าถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านเลขที่ 50/6 หมู่บ้านลลินทร์วิลล่า ตั้งอยู่ติดกับ สน.ประเวศ โดยคนร้ายขโมยเอาพระเครื่องสมเด็จเกศไชโยที่ชนะการประกวดพระเครื่อง 2 องค์ และพระเครื่องเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายองค์ รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท สร้อยคอทองคำพร้อมล็อกเก็ตทอง 2 เส้นรวม 3 บาท เงินสด 2 หมื่น นอกจากนั้น ที่บ้านเลขที่ 50/7 บ้านติดกันก็ถูกขโมยทรัพย์สินไปด้วย เป็นทองรูปพรรณหนักรวม 20 บาท เงินสด 6 หมื่นบาท
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ทุกสุดสัปดาห์ ตนจะจ้างแม่บ้านคือนางชนัญชิตา เข้ามาทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละครั้ง และเมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วก็จะกลับไป โดยไม่ได้ให้พักอาศัยอยู่ที่บ้าน และตั้งแต่จ้างพนักงานทำความสะอาดมา ก็รู้สึกว่าข้าวของเริ่มหายไปทีละชิ้นสองชิ้น ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่อง ดังนั้น ทางชุดสืบสวนจึงวางแผนให้เจ้าของบ้านวางทรัพย์สินล่อเอาไว้ กระทั่งสามารถจับกุมแม่บ้านรายนี้ได้ และนำตัวมาสอบสวน จนให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์จากนายจ้างไปจริง พร้อมกับนำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพัก ได้ของกลางเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ จากการสอบสวนขยายผล ยังพบว่า ผู้ต้องหายังเข้าไปลักทรัพย์บ้านข้างเคียงอีกด้วย โดยได้ทรัพย์สินที่ขโมยมา ก็จะนำไปขาย และนำเงินไปใช้จ่ายจนหมด ขณะนี้กำลังตรวจสอบประวัติว่า มีหมายจับในท้องที่อื่นหรือไม่ เพราะก่อนหน้าที่จะมาทำความสะอาดที่บ้านหลังเกิดเหตุทั้งสองหลัง ผู้ต้องหาระบุว่า เคยเป็นแม่บ้านอยู่แถวย่านสำโรง
พ.ต.ท.วัลลพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างผู้ต้องหา โดยเป็นการแนะนำจากเพื่อนบ้านแบบปากต่อปากกันมา ซึ่งการเข้ามาทำความสะอาดบ้านนั้น จะใช้เวลา 1 วันภายในหนึ่งอาทิตย์ และเมื่อทำงานบ้านเสร็จสิ้น แม่บ้านรายนี้ก็จะเดินทางกลับบ้านของตัวเองไป ด้วยความไว้วางใจ เจ้าของบ้านได้ตรวจดูทรัพย์สิน จนกระทั่งเริ่มพบว่ามีทรัพย์สินหายมากขึ้น จึงเริ่มเอะใจ ซึ่งตรงจุดนี้คนร้ายใช้เป็นช่องทางแฝงตัวมาในคราบแม่บ้าน ดังนั้น ทางเจ้าของบ้านจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด ก่อนจะรับคนงาน หรือแม่บ้านเข้ามาทำงานภายในบ้าน




