แก๊งฆ่าสาวใหญ่ชิงเก๋งจนมุม ถูกตร.บางละมุงรวบได้ 2 คนพร้อมของกลาง พบประวัติเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์ ส่วนสาวโหดมือสังหารอีก 1 คนยังเผ่นหนี
พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชัชชพล ภัทรศิริพร พงส.ผทค. พ.ต.ท.ธนเสฎฐ์ ประชาชัยศรี รอง ผกก.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.ฤทัยรัตน์ หรือกี้ ผมอุด อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 543 หมู่ 1 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี กับ นายวีรยุทธ หรือตุ้ม จงหาญ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 18 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น สองผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าและปล้นทรัพย์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน 1กอ-3934 กทม. และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึก วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ได้รับแจ้งพบศพ น.ส.อภิชญา หรือป้าแดง นพมาศ อายุ 60 ปี ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลงมือฆ่าจนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 100/5 หมู่ 4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ แล้วขโมยรถยนต์เก๋งและทรัพย์สินจำนวนหนึ่งหลบหนีไป ก่อนที่เพื่อนบ้านจะมาพบกลายเป็นศพขึ้นอืดในอีก 3 วันถัดมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ติดตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน กระทั่งชุดสืบสวนออกหาข่าวจนทราบตัวกลุ่มคนร้าย จึงขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุม น.ส.ฤทัยรัตน์ หรือกี้ ทอมบอย กับนายวีรยุทธ หรือตุ้ม เพื่อนร่วมแก๊ง ได้ที่ จ.ขอนแก่น และตามไปยึดรถยนต์เก๋งของผู้ตายที่คนร้ายเอาไปจำนำไว้ในราคา 60,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คนคือ น.ส.สุภาพร หรือจอย สีทา อายุ 31 ปี แฟนสาวของนายวีรยุทธ และเป็นคนลงมือสังหาร น.ส.อภิชญา ยังอยู่ในระหว่างการหลบหนี
จากการสอบปากคำ นายวีรยุทธ หรือตุ้ม ให้การว่า ตนกับ น.ส.สุภาพร หรือจอย แฟนสาว ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตเหล็กใกล้เคียงกับบ้านของ น.ส.อภิชญา ทำให้รู้ว่า ผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว กระทั่งในวันเกิดเหตุ แฟนสาวได้ชักชวนตนกับ น.ส.ฤทัยรัตน์ เพื่อนสาวทอมที่รู้จักกันในคุก มาขโมยของในบ้านของ น.ส.อภิชญา ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ แต่ระหว่างนั้น น.ส.อภิชญา ตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ น.ส.สุภาพร แฟนสาว จึงลงมือทำร้ายร่างกายแล้วนำผ้าห่มคลุมศีรษะก่อนใช้ไม้กระหน่ำตีจนเสียชีวิต ส่วนตนเองกับ น.ส.ฤทัยรัตน์ คอยยืนดูลาดเลาโดยไม่ได้ร่วมลงมือฆ่าแต่อย่างใด จากนั้นจึงปล้นเอาทรัพย์สินประกอบด้วยสุรา บุหรี่ โทรศัพท์มือถือ เงินสดจำนวนหนึ่ง และรถยนต์เก๋ง ของผู้ตาย ขับหลบหนีไปที่บ้านเกิดใน จ.ขอนแก่น ก่อนเอารถไปจำนำกับคนรู้จักในราคา 60,000 บาท เพื่อนำเงินมาแบ่งกันแล้วแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติของ นายวีรยุทธ กับ น.ส.สุภาพร แฟนสาว พบว่า เคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์นายจ้าง ส่วน น.ส.ฤทัยรัตน์ สาวทอมบอย มีประวัติเคยก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี ก่อนที่จะถูกตำรวจภาค 4 จับกุมได้ก่อนพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีก อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้ง 2 ข้อหาคือ ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือร่วมกันรับของโจร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ส่วน น.ส.สุภาพร หรือจอย ที่ยังอยู่ในระหว่างหลบหนี เบื้องต้นได้ให้แฟนหนุ่มโทรศัพท์เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัวแล้ว แต่หากไม่เข้ามอบตัวแต่โดยดีก็จะได้ติดตามไล่ล่าจับกุมตัวมาชดใช้กรรมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังจุดเกิดเหตุ ปรากฏว่า มีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันมาดูหน้าฆาตกรกันเป็นจำนวนมาก จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง แต่ขณะนั้นญาติผู้ตายที่โกรธแค้นจนทนไม่ไหว จึงพากันฮือเข้ามาจะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ทำให้ตำรวจและอาสาสมัครต้องช่วยกันห้ามปรามกันจ้าละหวั่น ซึ่งหลังจากทำแผนฯเป็นที่เรียบร้อย จึงรีบพาตัวผู้ต้องหากลับโรงพักทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า น.ส.สุภาพร หรือจอย สีทา อายุ 31 ปี แฟนสาวของนายวีรยุทธ คนลงมือฆ่าที่อยู่ระหว่างหลบหนี ขณะนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางมาที่ สภ.บางละมุงในช่วงเย็น ซึ่งในวันพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพยังจุดเกิดเหตุ




