สพฐ.เดินหน้าลดกิจกรรมนักเรียน เชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องประชุม 9 มี.ค. หาทางควบรวมกิจกรรม
นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เดินหน้านโยบายลดกิจกรรมนักเรียน ให้เหลือแค่ปีละ 10 % ของเวลาเรียนทั้งหมดปีละ 200 วัน หรือเท่ากับ 20 วัน เพราะปัจจุบันพบว่า นักเรียนต้องทำกิจกรรมนักเรียนถึง 84 วัน โดยในวันที่ 9 เม.ย. นี้ จะเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกิจกรรมให้นักเรียนร่วม มาประชุมร่วมกันที่ สพฐ.เพื่อหาแนวทางลดกิจกรรมนักเรียนลง โดยจะใช้วีธีควบรวมกิจกรรมที่ลักษณะคล้ายกัน เช่น กิจกรรมเกี่ยวกับส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมลดโลกร้อน ซึ่งมีหลายหน่วยงานจัดกิจกรรมทำนองนี้ ก็ให้เอามาบูรณาการควบรวมกัน รวมทั้ง ให้บริหารจัดการช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมใหม่ เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ในช่วงเดือนที่นักเรียนสอบนั้น จะไม่ให้มีการทำกิจกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น
“ เมื่อได้แนวทางชัดเจนแล้ว สพฐ.จะนำเรื่องนี้เสนอให้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ให้ความเห็นชอบด้วย ทั้งนี้ โดยหลักการของนโยบายลดกิจกรรมนักเรียน ไม่ได้หมายถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา นั้น จะไม่ไปลดเด็ดขาด ที่ต้องการจะลดนั้น จะเป็นกิจกรรมที่หน่วยงานนำมาให้เด็กร่วม โดยใช้เด็กเป็นหน่วยนับความสำเร็จของการจัดกิจกรรม เป็นลักษณะเกณฑ์เด็กไปร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะ กิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม กิจกรรมปลูกป่า รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด “ นายกมล กล่าว
นายกมล กล่าวต่อวา นอกจากนั้น สพฐ.จะเร่งส่งผลคะแนนการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ (National Test : NT) ในระดับ ป.3 ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้โรงเรียนนำข้อมูลนักเรียนรายบุคคลไปใช้ในการพัฒนานักเรียน ส่วนมติของคณะกรรมการอำนวยการปกิรูปการศึกษา ที่ให้ยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา หรือ (Local Assessment System : LAS) ในระดับ ป.2 ป.3 ม.4 และ ม.5 นั้น เห็นด้วยอย่างจริงเพราะสพฐ.ต้องการจะยกเลิกอยู่แล้ว จริง ๆ แล้ว วัตถุประสงค์ของการจัดสอบ Lasนั้น เพราะต้องการให้มีข้อมูลเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในพื้นที่เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน แต่ไป ๆ มา กระแสที่ออกมา กลายเป็นเน้นการวัดผลนี้จนมากเกินไป กลายเป็นนักเรียนทุกระดับต้องสอบ 2 ครั้งเสมอ คือ สอบปลายภาคของโรงเรียนแล้วก็ต้องมาสอบ Las อีก ยิ่งถ้าเป็นนักเรียน ป.6 ม.3 และ ม.6 ต้องสอบถึง 3 ครั้ง มีโอเน็ตเพิ่มอีก ขณะเดียวกัน การสอบ Las ก็ไปซ้ำซ้อนกับการสอบโอเน็ต เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องสอบ Las อีก
“ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สพฐ.เตรียมจะปรับโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะมีเสียงเรียนร้องจากหลายฝ่ายว่า เด็กต้องเรียนมากเกินไป อย่างไรก็ตาม จำนวนเวลาเรียนโดยรวมต่อปีนั้น กำหนดไว้ในกฎหมาย เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงใช้วิธีปรับโครงสร้างเวลาเรียนแทน โดยในเน้นวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และสังคมศึกษา เป็นหลัก และยืดหยุ่นให้โรงเรียนสามารถกำหนดโครงสรางเวลาเรียนในแต่ละชั้นปีได้ตามความเหมาะสม เพราะฉะนั้น การนำข้อสอบ Las ไปวัดผลนั้น ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร โดยพาะในชั้นเด็กเล็ก ซึ่งเด็กพึ่งเริ่มเรียน ก็ต้องได้คะแนนน้อยอยู่แล้ว “





