วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุขุมพันธุ์'อ้างพูดเล่นอยู่บนดอยหนีน้ำท่วม

“สุขุมพันธุ์” อ้างพูดเล่นอยู่บนดอยหนีน้ำท่วม วอนสื่อเสนอมุมบวก-เก็บข่าวไม่ดีใส่ลิ้นชัก ไม่กังวลรัฐตั้งป้อมเล็งสอบกทม.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการเขตกลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออกว่า ปัญหาภัยแล้งยังมีอยู่ กทม.จึงมีความจำเป็นต้องดูแลเกษตรกรต่อไป เพราะได้รับความกระทบกระเทือนจากภัยแล้ง ถึงแม้ว่าสองวันที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนักแต่ก็ยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1 แสนไร่ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลด้านการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมให้สมดุลกัน ขณะเดียวกันในช่วงนี้อากาศมีความแปรปรวน ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักโดยให้เปรียบเหมือนฤดูฝนมาถึงแล้ว ให้มีการดูแลอุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมใช้งาน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มในพื้นที่จุดเสี่ยงในเขตรับผิดชอบของตน และจัดบุคลากรเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อเฝ้าระวังรวมทั้งให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกประชาชนขณะที่ฝนตกหนักและมีน้ำขังรอระบายในจุดต่างๆ อย่างเต็มเวลา

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมสำนักการระบายน้ำ ได้รายงานสถานการณ์ฝนตกในกรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค. ในพื้นที่กรุงเทพเหนือ มีปริมาณฝนตกหนักเฉลี่ย 80-120 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แต่กทม.สามารถระบายน้ำได้เร็วกว่าในอดีตที่เคยดำเนินการมา โดยฝนตกเมื่อเวลา 20.30 น. และในเวลา 23.00 น. กทม.สามารถระบายน้ำในถนนสายหลักได้แห้งทั้งหมด โดยเฉพาะในซอยแอนเน็ก ถ.พหลโยธินและศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ซึ่งในอดีตที่เคยใช้เวลาระบายน้ำนาน 4-5 ชั่วโมง แต่เมื่อคืนนี้กทม. สามารถระบายน้ำให้แห้งได้ในเวลา 1-2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม กทม.จะเชิญหน่วยงานสาธารณูปโภคที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าและการก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้าบีทีเอส กรมทางหลวงชนบท การไฟฟ้านครหลวง มาร่วมประชุมหารือการทำงานอย่างบูรณาการ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพื้นที่การก่อสร้างเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เนื่องจากปัจจุบันในพื้นที่กทม.มีการก่อสร้างจำนวนมาก

“อยากให้ประชาชนวางใจได้เพราะเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าฝนจะตกมากน้อยเมื่อไหร่อย่างใด แต่เหตุการณ์สองวันที่ผ่านมา ชัดเจนว่ากทม.สามารถแก้ไขปัญหาได้ในเวลาที่เร็วกว่าในอดีต ประชาชน กังวลได้ เป็นห่วงได้ แต่ขออย่าคิดว่ากทม.ไม่มีความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ขอให้เข้าใจตรงกัน บางทีพูดเล่นบ้าง ทีเล่นทีจริงบ้าง แล้วยกคำพูดนั้นให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จะทำอย่างนั้นผมก็ไม่ว่า แต่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้เกียรติลูกน้อง เพราะลูกน้องทำงานหนัก โดยการรายงานข่าวดีๆ จะด่าผมเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนข่าวไม่ดี เก็บใส่ลิ้นชัก จะเอาออกมาเมื่อไหร่ก็ได้” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กทม.พิจารณาสัดส่วนของการกักเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรอย่างไร ไม่ให้กระทบกับการป้องกันน้ำท่วม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพร่องน้ำ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงภัยแล้ง หากภัยแล้งลดลง จึงจะทำการพร่องน้ำให้เป็นปกติ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสัดส่วนที่ต้องพิจารณา แต่เป็นเรื่องของน้ำใจ ที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากทุกคนคือประชาชน จึงต้องดูแลทั้งสองเรื่อง อีกทั้งเกษตรกรก็เป็นผู้มีรายได้น้อย แต่จะสร้างสมดุลอย่างไร เป็นเรื่องทางเทคนิค จะให้ทิ้งประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจสอบการทำงานของกทม. เกี่ยวกับการรับมือน้ำท่วม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร รัฐบาลจะตรวจสอบการทำงานก็สามารถทำงานได้ ไม่ได้กังวล ไม่มีอะไรปิดบัง อำพรางหลอกลวงใคร ก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า แต่หากดูในระยะ 6 ปีที่ผ่านมา กทม.ใช้เวลาระบายน้ำให้แห้งได้เร็วขึ้น บางเส้นทางที่เคยท่วมประจำ ก็ไม่ท่วม และก็ได้ชี้แจ้งรายงานการทำงานรวมถึงข้อจำกัดในการทำงานกับพล.อ.ประวิตรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็เข้าใจ

เมื่อถามว่า กรณีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) กล่าวถึงระบบระบายน้ำของกทม.ที่ติดขัดเรื่องท่อระบายน้ำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวสั้นๆ ว่า “สวัสดีครับคุณปลอดประสพ” เมื่อถามว่า กรณีในโลกโซเชียลมีเดียพูดถึงคำพูดที่บอกว่า เราเป็นเมืองน้ำเป็นเมืองฝน ไม่มีจุดเสี่ยงเลยไม่ได้ ถ้าไม่มีน้ำท่วม ต้องไปอยู่บนดอย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า “ผมพูดเล่น ผมตอบคำถามจะมีน้ำท่วมอีกหรือไม่ ผมก็ตอบว่าเมืองน้ำ เมืองฝน ไม่อยากได้น้ำก็ไปอยู่บนดอย แต่คุณไม่ช่วย ใส่อะไรให้มันบวกบ้างสิ”