นักเรียนแห่สมัครสอบตรง มทร.ธัญบุรี เฉียด 2 หมื่นคน ระบุอัตราแข่งขันดุเดือด 1:6 สาขาเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์สูงสุด 1:15
รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ตามที่ มทร.ธัญบุรี ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2558 ประเภทรับตรง ปรากฏว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 18,451 คน ในขณะที่ทางมหาวิทยาลัยสามารถรับนักศึกษาในระบบสอบตรงได้ทั้งสิ้น 3,500 คน อัตราการแข่งขันเพื่อเข้าศึกษาต่อในภาพรวมอยู่ที่ 1: 6 โดย 5 คณะยอดฮิตที่มีผู้สมัครสูงสุด ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม แต่เมื่อเจาะลึกเป็นรายสาขาวิชาจะพบว่า สาขาเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์ มีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1:15 สาขาวิชาบัญชีและการเงิน มีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1:12 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมอิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ มีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1:10 และสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1:10
“สังเกตได้ว่ากลุ่มสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพหลัก ยังคงได้รับความนิยมเข้าศึกษาต่อจากนักเรียนเป็นจำนวนมาก แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ขยายตัวมากนัก แต่ยังมีความจำเป็นต่อตลาดแรงงาน ปีนี้เกาะกลุ่มในเทรนด์การถ่ายภาพและภาพยนตร์ น่าจะมาจากกระแสดิจิตอล หรือโลกออนไลน์และนักศึกษากลุ่มนี้น่าจะหาอาชีพอิสระได้ดีกว่า” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า การรับนักศึกษาประเภทรับตรงนี้ โดยเฉลี่ยแล้วทุกสาขาวิชาจะได้รับความสนใจและสมัครเข้าเรียนต่อเป็นจำนวนมาก แต่จะมีเพียงสาขาวิศวกรรมสิ่งทอ ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักศึกษาเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าสาขาวิชานี้จะมีอาชีพรองรับเมื่อสำเร็จการศึกษา ดังนั้น มทร.ธัญบุรี จึงจะขยายโควต้าการเข้าศึกษาต่อไปยังกลุ่มนักศึกษจากอาชีวศึกษาให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่ให้โควต้าอยู่ที่ประมาณ 30-35% ในปีการศึกษา 2559 อาจจะขยายโควต้าเป็น 80% ซึ่งทุกปีมหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งทอ ประมาณ 180 คน
รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงการรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ เพราะการเปิดรับสมัครมีการเลื่อมล้ำกันระหว่าง กลุ่มราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยเก่า และกลุ่มราชภัฎ ซึ่งเมื่อมองในแง่การตัดสินใจของนักศึกษา เมื่อจัดสอบไม่ตรงกัน อาจมียอดสละสิทธิ์เข้าเรียนต่อ ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเรียกนักศึกษาสำรองเพิ่มขึ้น ดังนั้นตนจึงอยากเห็นการสอบพร้อมกันของมหาวิทยาลัยทั้ง 3 กลุ่ม โดยแบ่งการสอบออกเป็น 3 กลุ่มมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาสละสิทธิ์น้อยลง และไม่เป็นปัญหาต่อทั้งมหาวิทยาลัยและตัวนักศึกษาเอง





