วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แชร์สนั่น!'น้องอิน'ลูกกตัญญูดูแลพ่ออัมพาต

เผยชีวิตลูกกตัญญู "น้องอิน" หนูน้อยวัย 2 ขวบ คอยดูแลป้อนข้าวพ่อช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ชีวิตของ “น้องอิน” หรือด.ญ.อินนารา ทองย้อย อายุ 2 ปี 8 เดือน ผ่านทางโลกโซเซียลสังคมคนพิษณุโลก ถึงเรื่องที่ “น้องอิน” ต้องเผชิญชะตากรรมตั้งแต่ยังเล็กๆ อย่างไร้เดียงสา โดนแม่แท้ๆ ทิ้งไปตอนอายุแค่ 6 เดือน คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ให้กับพ่อคือ นายอำนาจ ทองย้อย อายุ 24 ปี ที่หกล้ม หัวฟาดพื้น ผ่าตัดสมองมาถึง 2 ครั้งแล้ว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอนเป็นอัมพาต อาศัยอยู่กับปู่และย่าที่บ้านตะเคียนทอง หมู่ 8 ต ห้วยเฮี้ย อ นครไทย จ พิษณุโลก ครอบครัวมีฐานะยากจน โดยในทุกๆ เดือน จะมีค่าใช้จ่ายในการพานายอำนาจไปฉีดยา ครั้งละ 2,800 บาท

ล่าสุดวันที่ 23 มี.ค.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พบบ้านที่น้องอินอาศัยอยู่กับนายรุ่งเลิศ ท้องย้อย อายุ 62 ปี และนางคำฟัก ทองย้อย อายุ 54 ปี ปู่และย่า ภายในบ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 105 หมู่ 8 ต ห้วยเฮี้ย อ นครไทย จ พิษณุโลก และวันเดียวกันนี้ พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ พร้อมด้วยคณะกรรมการชมรมสื่อมวลชนพิษณุโลก ได้นำข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องอุปโภคบริโภครวมทั้งเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคมวัดราชบูรณะ ไปมอบให้กับน้องอินและครอบครัว เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือน้องอินและครอบครัว

จากการสอบถามนางคำฟัก ย่าน้องอิน เล่าว่า ลูกชายคือนายอำนาจ ได้แยกทางกับภรรยา และพาน้องอินกลับมาอยู่บ้าน จนกระทั่งมาประสบเหตุหกล้มศีรษะฟาดพื้นและมีเลือดคลั่งในสมอง เมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา และได้เข้ารับการผ่าตัดศีรษะ ที่โรงพยาบาลพุทธชินราชถึง 2 ครั้ง จากนั้น ลูกชายก็กลายเป็นอัมพาต โต้ตอบไม่ได้และไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ตนจึงต้องคอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอดเวลา ส่วนน้องอิน ถึงแม้จะเป็นเด็ก แต่ก็จะคอยช่วยเก็บถุงปัสสาวะ ป้อนข้าวและคอยกอดพ่อตลอดเวลา ตนเห็นแล้วก็แอบสงสารหลานไม่ได้

นางคำฟัก เล่าต่อว่า ปกติครอบครัวจะมีรายได้จากการการกรีดยางพารา แต่ตอนนี้ได้ปิดหน้ายางไปแล้ว เพราะต้นยางกำลังแตกใบอ่อน ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว เหลือเพียงส่วนสับปะรดที่ปลูกแซมไว้กับต้นยางพารา แต่กว่าจะเก็บเกี่ยวได้ ก็ประมาณเดือนพฤษภาคม 2558 ก็จะได้เงินเพียง 10,000-20,000 บาท ถ้านำไปหักต้นทุน ค่าปุ๋ยค่ายา ที่ทำการกู้หนี้ยืมสินมา ก็แทบจะไม่เหลืออะไร ตอนนี้ลำบากมากเพราะลูกชายมักจะดึงสายอาหารทางจมูกออกเป็นประจำ ตนก็ต้องว่าจ้างรถยนต์พาไปโรงพยาบาล รวมถึงต้องพาไปฉีดยาระบบประสาทในตัวเมืองพิษณุโลกเดือนละ 1 ครั้ง รวมค่าใช้จ่ายครั้งหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท ประกอบกับตอนนี้น้องอินต้องเข้าเรียนชั้น อนุบาล 1 ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเข้ามาอีก

สำหรับผู้ใจบุญท่านใดต้องการจะช่วยเหลือน้องอิน สามารถโอนเงินช่วยเหลือได้ทางธนาคารกรุงไทย สาขานครไทย (พิษณุโลก) ชื่อบัญชี นางคำฟัก ทองย้อย เลขที่บัญชี 630-1-42354-2 หรือสอบถามรายละเอียดได้โดยตรงกับนางคำฟักฯทางโทรศัพท์มือถือหมายเลข 087-5377478