วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แจกใบแดงนายก อบจ.นครศรีฯ น้องชาย'เทพไท'

กกต.แจกใบแดง"มาโนช เสนพงศ์"นายกอบจ.นครศรีฯน้องชาย"เทพไท" พร้อมดำเนินคดีอาญาพี่ชายด้วย หลังทุจริตเลือกตั้ง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย แถลงภายหลังการประชุมกกต. ในวันนี้(10มี.ค.) ว่า ที่ประชุมกกต.มีมติสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายใหม่(ใบเหลือง) กรณีที่นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ พี่สาวของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาและรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้ง จากกรณีนายเสงี่ยม แสนพิช ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ร้องเรียนว่า กำนันในพื้นที่ได้ประสานเชิญผู้นำท้องถิ่นและฝ่ายปกครองในพื้นที่ มาประชุมกันใน 3 พื้นที่ได้แก่ ต.แม่ข้าวต้ม ต.นางแล และต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยในการประชุมแต่ละพื้นที่เป็นคนละเวลา โดยจะมีนายวีระเดช สมวรรณ นายอำเภอเมืองเชียงราย เป็นประธานในที่ประชุม และหลังจากนั้น นายยงยุทธ ได้เข้ามาในที่ประชุมและมีการพูดหาเสียงให้แก่นางบุศริณธญ์ และสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองถึงคะแนนนิยมของนางบุศริณธญ์ ว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งการสอบถามของนายยงยุทธ มีลักษณะเหมือนเป็นการบังคับ ขืนใจให้บุคคลที่ถูกซักถาม เกิดความเกรงกลัว หรือรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง กกต.จึงเห็นว่ามีความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใด ๆ เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร จึงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และดำเนินคดีอาญาแก่นายยงยุทธและนายวีระเดช

นายดุษฎี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กกต.ยังมีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือให้ใบแดงนายมาโนช เสนพงศ์ ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่รวมทั้งให้นายมาโนชชดใช้ค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่และสั่งดำเนินคดีอาญา นายมาโนชและนายเทพไท และนายปิยะวัฒน์ เกตุแก้ว ประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์เขตเลือกตั้งที่ 1 ในกรณีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ ผู้สมัคร นายกอบจ.นครศรีธรรมราช ที่ไม่ได้รับเลือกตั้งได้ร้องเรียนว่า นายมาโนชและนายเทพไทได้จัดเลี้ยงอาหารให้แก่ผู้นำท้องถิ่นจำนวน 100 คน เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2557 เพื่อจูงใจให้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นายมาโนช รวมทั้ง ยังมีความผิดฐานหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคามใส่ร้ายหรือจงใจให้เข้าใจผิดในเรื่องใดที่ของผู้สมัครลงรับเลือกตั้งจากกรณีที่ก่อนวันเลือกตั้งนายมาโนช จัดให้มีรถหาเสียงเคลื่อนที่ ติดป้ายหาเสียงปรากฎชื่อและหมายเลขประจำตัวของนายมาโนชที่ใช้ลงสัมครเลือกตั้ง และกล่าวถ้อยคำตอนหนึ่งว่า 

"พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.มาแล้ว 2 จังหวัด คือ จ.สงขลาและจ.สุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดที่ 3 คือจ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งนายมาโนช เป็นผู้สมัครับเลือกตั้งแต่เพียงคน"

ทั้งที่กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีมติพรรคที่ให้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถือว่าเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ลงคะแนนแก่นายมาโนช และในวันที่ 9 ก.พ.2557 นายปิยะวัฒน์ กับพวกยังได้มีการแจกเงินให้กรรมการชุมชนเขต 4 ของเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้ง

"ทั้งสองคดีดังกล่าว กกต. ได้มีมติภายหลังจากรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้วดังนั้นจึงต้องส่งคดีไปให้ศาลอุทรณ์ภาค ให้พิจารณาคดีต่อ โดยคาดว่าจะส่งคำฟ้องได้ภายใน 30 วัน"นายดุษฎี กล่าว

ส่วนกรณีสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกกรณีเดินทางลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยใช้ทรัพยากรของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐไปหาเสียงระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกา การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา นั้นได้บรรจุวาระการประชุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักประชุม จะกำหนดเป็นวาระให้ กกต.พิจารณาในวันใด