กทม.เร่งเจรจาเอกชน เปิดทางซ่อมรถ-เรือดับเพลิงฉาว เคาะใช้อะไหล่-ช่างในประเทศ ตั้งเป้าออกใช้งานปลายปี
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะกำกับสำนักป้องกันเเละบรรเทาสาธารณะภัย กทม. กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากประเทศเยอรมัน เมื่อวันที่ 20-27 ก.พ. เพื่อไปขอคำแนะนำจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญกรณีการซ่อมแซมรถและเรือดับเพลิง ว่า เบื้องต้นได้ข้อสรุปในเรื่องการซ่อมแซมรถและรือดับเพลิงสามารถใช้อะไหล่ต่างๆ และช่างซ่อมภายในประเทศได้ คงไม่ต้องนำเข้าอะไหล่นำเข้าหรือส่งรถไปซ่อมที่ต่างประเทศ แต่การซ่อมจะดำเนินการได้ทั้งหมด ก็ต้องให้รถและเรือดับเพลิงที่จอดไว้นำออกมาก่อน แต่ยังติดตรงที่บริษัทนามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทฯรับขนส่งสินค้าตั้งอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี ยังไม่สามารถตกลงค่าจอดรถจำนวนประมาณ 790 ล้านกับกทม.ได้ ซึ่งกทม.ก็อยู่ระหว่างการต่อรองค่าจอดให้ลดลง 50 เปอร์เซ็น แต่เมื่อมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ทำให้บริษัทนามยงค์ฯ ยังไม่นำผลการเจรจากับกทม.เข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดของบริษัทเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในส่วนเงินที่กทม.ได้รับจากกรณีคณะอนุญาโตตุลาการฯ สั่งให้กทม.รับรถและเรือดับเพลิงทั้งหมด ขณะเดียวกันขอให้บริษัท สไตเออร์ฯ จ่ายเงินให้กทม.ประมาณ 800 ล้านบาท รวมถึงจ่ายเป็นเงินค่าซ่อมแซมสินค้าต่างหากอีกจำนวนหนึ่งนั้น ในส่วนเงินค่าซ่อมเป็นจำนวนไม่เท่าไหร่ แต่กทม.ต้องมาเสียเงินจำนวนมากกับค่าจอดรถและเรื่องอื่นๆ ซึ่งกทม.ก็ต้องเจรจากับบริษัท หรือหากมีการฟ้องร้องก็ต้องดำเนินการกันต่อไป แต่กทม.จะทยอยนำรถมาใช้ให้ได้ภายในปลายปีนี้หากมีการนำรถออกมาซ่อมได้โดยเร็ว ส่วนเรื่องการฟ้องแพ่งเพื่อป้องกันค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จำนวน 6 คนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์จากบุคคลที่กทม.ได้ฟ้องร้องไป อย่างไรก็ตาม อุทาหรณ์ในเรื่องนี้หากภาครัฐจะดำเนินการโครงการอะไรอยากให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในเรื่องของราคาซึ่งจะต้องไม่สูง ทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ และอย่าไปหวังในเรื่องเงินทอนด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า รถและเรือดับเพลิงที่ถูกส่งมานั้นได้ถูกจัดเก็บไว้ 4 สถานที่ ประกอบด้วย 1.ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นรถดับเพลิง 67 คัน และรถดับเพลิงบรรทุกน้ำขนาด 1 หมื่นลิตร 72 คัน ซึ่งตามสัญญากทม.จะต้องเป็นผู้รับภาระ โดยมีบริษัทนามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแล 2.ท่าเรือกรุงเทพฯ คลองเตย เก็บรักษาอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เป็นชุดดับเพลิงออกปฏิบัติการ ชุดดับเพลิงเคมี เครื่องช่วยหายใจจำนวน 350 ชุด เครื่องอัดอากาศเครื่องช่วยหายใจจำนวน 5 ชุด และอะไหล่อุปกรณ์อื่นๆ รวมจำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ 3.คลังเก็บสินค้าของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ เก็บอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ 3 หีบห่อ และ4.โกดังสินค้าของบริษัท เทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ ที่ ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เก็บรักษารถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คัน ที่ถูกส่งมาเป็นล็อตแรกเมื่อปี 2549





