วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สจล.จี้สปิริตแบงก์กรุงศรีฯ คืนเงิน50ล้าน

"ศ.ดร.โมไนย" รักษาการอธิการฯ สจล.จี้สปิริตแบงก์กรุงศรีฯ คืนเงิน50ล้าน

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเมื่อวานนี้ (27 ก.พ.) ว่า ธนาคารและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการให้เงินเพื่อดูแลความเสียหายในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาทแก่ สจล. ตามมูลค่าความเสียหายที่ได้ประเมินไว้ แต่หากในที่สุดมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สจล.มีความเสียหายที่แท้จริงน้อยกว่าวงเงินข้างต้น สจล.จะจ่ายคืนส่วนต่างให้แก่ธนาคาร


การทำความตกลงข้างต้นไม่กระทบต่อการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ของ สจล.ที่เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งทั้ง 2 สถาบันต่างยืนยันการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีจนถึงที่สุด และต่อจากนี้ไปการให้ข่าวสารใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ให้เป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานอัยการเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อรูปคดี


"วงเงินการดูแลความเสียหาย 1,500 ล้านบาท สืบเนื่องจากพนักงานแบงก์ไทยพาณิชย์ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการแสดงสปิริต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้วงเงินก้อนนี้ ในการปกปิดหรือปกป้องคนที่กระทำผิด คนที่กระทำผิดก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย" ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าว


ด้าน ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ รักษาการแทนอธิการบดี สจล. กล่าวว่า ขอขอบคุณธนาคารไทยพาณิชย์ในการแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นบทเรียนที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องรีบดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน และ สจล.ต้องทบทวนเรื่องการบริหารจัดการเรื่องการเงินให้มีความรัดกุมมากขึ้น ในฐานะลูกค้าถือว่าพอใจในสิ่งที่ไทยพาณิชย์ดำเนินการ ส่วนเงินที่ได้มา สจล.จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในด้านการเรียนการศึกษา ในเรื่องคดีความต้องขอบคุณตำรวจในการดำเนินการสอบสวน"


ศ.ดร.โมไนย กล่าวด้วยว่า ในส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่พบว่ามีการปลอมลายเซ็นเบิกเงินเพื่อโอนออกไป 50 ล้านบาทนั้น หวังว่าธนาคารกรุงศรีอยุธยาจะแสดงสปิริตให้กับ สจล.เช่นเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินการ


วันเดียวกัน พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับผลการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อที่ใช้ในการเซ็นเบิกจ่ายเงินจาก สจล. ประมาณ 300 ลายเซ็น จากกองพิสูจน์หลักฐานกลางเรียบร้อยแล้ว


ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการคัดแยกลายมือชื่อทั้งหมด ซึ่งมีทั้งที่มีการปลอมแปลงขึ้นและเป็นลายมือชื่อจริงที่ใช้ในการเซ็นอนุมัติจ่ายเงินของ สจล.จากผู้ที่มีอำนาจ 5 คน รวมทั้งการเซ็นเพื่อเปิดปิดบัญชีของ สจล. ซึ่งเบื้องต้นพบพิรุธว่ามีการเปิดบัญชีไว้รอก่อนที่นายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล.จะได้รับตำแหน่ง และเซ็นปิดบัญชีหลังจากที่นายถวิลจะโดนปลดจากตำแหน่ง ซึ่งไม่มีการแจ้งให้คณะกรรมการเก่าทราบ


ด้าน นายถวิล กล่าวว่า เท่าที่ดูจากสำเนาเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ พบว่าลายเซ็นคล้ายกับลายเซ็นตนจริง เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นลายเซ็นปลอม หรือเป็นลายเซ็นจริง แต่มีการนำไปลงวันที่ย้อนหลัง เพราะเอกสารระบุว่ามีการลงนามเพื่อเปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2552 แต่เข้ามารับตำแหน่งอธิการบดีในช่วงปลาย 2555 และพ้นจากตำแหน่งช่วยปลายปี 2556 ซึ่งตามหลักการลงนามย้อนหลังไม่สามารถกระทำได้แน่นอน