วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลพิพากษากฟผ.จ่ายเหยื่อแม่เมาะ25ล้าน

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษา สั่งกฟผ.จ่ายค่าชดเชยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 25 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%

ขณะที่ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยฯ ระบุเป็นบทพิสูจน์ชาวบ้านได้รับผลกระทบจริง แถมเป็นกรณีตัวอย่างการตั้งโรงงานถ่านหิน ด้านชาวบ้านเผยเงินชดเชยไม่พอกับครองครับที่ต่อสู้มานาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองเชียงใหม่ ประชาชนได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กว่า 200 คน ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษาจากศาลปกครองสูงสุด ที่มีคำพิพากษาคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กรณีละเมิดจากการปล่อยมลพิษจากฝุ่นละอ่องและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สร้างปัญหาให้ชาวบ้านล้มป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก และยืดเยื้อมานับ 11 ปี

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากจากกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วยสิทธิ์แม่เมาะ ได้รับผลกระทบจาการทำเหมืองและผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทางเครือข่ายผู้ป่วยฯ ได้ฟ้องร้อง กฟผ.แม่เมาะ จนกระทั่งศาลปกครองสูงสุดจังหวัดเชียงใหม่ นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (25 ก.พ.) โดยศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาคดีดำที่ 140-142,191,199/2546,254/2547,4,60-70/2548 คดีหมายเลขแดงที่ 60-77/2552 และ 64/2548 กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครอง ซึ่งผู้ถูกฟ้อง คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ฟ้อง คือ ตัวแทนชาวบ้าน คือ นายคำ อินจำปา หรืออินคำปา ตัวแทนชาวบ้าน ต.นาสัก ต.สบป้าด ต.บ้านดง และ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยมีนายธีระศักดิ์ ชึขุนทด ทนายความชาวบ้านเหยื่อโรงงานไฟฟ้าแม่เมาะลำปาง นำชาวบ้าน อ.แม่เมาะเดินทางเข้ามารับฟังการพิพาษาครั้งนี้

นายธีระศักดิ์ ชึขุนทด ทนายความเหยื่อแม่เมาะ กล่าวว่า หลังจากศาลปกครองเชียงใหม่ได้พิจารณาใช้เวลานานกว่า 1.30 ชม.ได้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ยืนตามคำพิพากษาศาลปกครองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ.2548 ชาวบ้าน ทั้งหมดกว่า 477 คน มีผู้ได้รับชดค่าเสียหายจำนวน 131 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิตไปแล้วด้วย ส่วนคดีความทั้งหมดที่หมดอายุความ ที่เป็นผู้ฟ้องหรือชาวบ้านนั้น บางส่วนที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือทางศาลถือว่ายังมีสิทธิ์โดยจะนำเงินที่ได้จากการฟ้องร้องครั้งนี้นำไปหักในส่วนต่อค่าธรรมเนียมศาลที่ขาดอายุความก็จะสามารถยื่นขอความช่วยเหลือได้ต่อไป

“ถือว่าน่าพอใจถึงแม้ว่าจะมีบางรายได้ค่าชดเชยจำนวนมาก บางรายได้ค่าชดเชยจำนวนน้อยก็ตาม ซึ่งเงินที่โรงงานไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องชดใช้รวมจำนวนกว่า 25 ล้านบาท โดยไม่รวมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ได้ต่ำสุดรายละ 20,000 บาท สูงสุด 240,000 บาท”นายธีระศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นางปราณี อินปัญโย อายุ 43 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ อาศัยอยู่หมู่บ้านสบกลาง หมู่ 6 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า ตนมาเป็นตัวแทนพ่อ คือ นายสงวน วงค์ดี อายุ 64 ปี ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคมะเร็งสมองและไซนัส ผลการพิจารณาคดีครั้งนี้ครอบครัวตนได้รับเงินชดเชยเพียง 200,000 บาท ถือว่าไม่พอกับการที่ครอบครัวต่อสู้มานาน และต้องย้ายบ้านออกจากพื้นที่ อ.แม่เมาะไปอยู่ที่อื่น ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวไม่พอในการดำเนินการแน่นอน

"จำนวนเงินดังกล่าว ยังไม่พอกับเงินรักษาพ่อขณะที่ยังมีชีวิตอยู่เลย ถือว่าไม่ยุติธรรมสำหรับครอบครัวตนเอง ก็ยังไม่รู้ว่าจะต่อสู้ต่อไปอย่างไรดี หลังจากนี้ดิฉันยังต้องรักษาลูกที่ป่วยเป็นโรคระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ซึ่งหมดเงินค่ายาไปแล้วหลายหมื่นบาท และไม่รู้จะเสียหายอีกเท่าไหร่”นางปราณีกล่าว

นายธีระ พลวงศ์ศรี อายุ 83 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกราย กล่าวว่า ผลที่ได้รับนั้นถือว่าหนักหนามากสำหรับครอบครัวตน เนื่องจากมลพิษที่ทางโรงไฟฟ้าแม่เมาะปล่อยออกมา นอกจากสร้างมลพิษทางอากาศแล้วยัง ก่อให้เกิดฝนกรด พืชผลที่ปลูกล้วนเสียหาย ยังกระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภค ไม่สามารถดื่มกินได้ นำไปรดต้นไม้ยืนต้นตาย ก็เสียหายจำนวนมาก การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เดิมสามารถใช้น้ำบาดาลได้ แต่ปัจจุบันต้องซื้อน้ำมาดื่มหลายปีแล้ว สร้างทั้งภาระค่าใช้จ่ายและเสียสุขภาพจิต

“ภรรยาของผมได้เสียชีวิตลงไป ด้วยผลกระทบจากมลพิษที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะก่อขึ้น ไม่ว่าจะได้เงินเท่าไหร่ก็คงไม่เพียงพอต่อค่าของหนึ่งชีวิตที่เสียไป แต่อย่างน้อยก็ได้เห็นว่าหลังจากที่มีการยื่นเรื่องเรียกร้องมายาวนาน สุดท้ายทางกฟผ.ก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น”นายธีระ กล่าว

ทางด้านนางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง กล่าวว่า ค่อนข้างพอใจในคำตัดสินของศาลแม้ว่าบางคนจะได้ค่าเยียวยาน้อยก็ตาม ซึ่งเราได้ต่อสู้มาระยะเวลาที่ยาวนานถึง 11 ปี ตั้งแต่เป็นคดีความปี 2546 จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ให้สาธารณชนได้รู้ว่าพวกเราได้รับผลกระทบจริง จะทำให้เป็นต้นแบบชุมชนอื่นที่จะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องตนเอง

“กรณีดังกล่าวจะเป็นตัวอย่างให้กับ กฟผ.ที่ตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินแห่งอื่นก็ต้องให้ระมัดระวังและเลือกสถานที่ที่เหมาะสมคือให้ห่างไกลชาวบ้านและชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแบบเดียวกันชาวบ้านใน อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง”นางมะลิวรรณ กล่าว