สศก.ประเมินความเสียหายจากภัยแล้งปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี หลายจังหวัดวิกฤติหนัก ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่มีน้อยมาก
ระบุสินค้าเกษตรเสียหายแล้วกว่า 5 พันล้าน ข้าวเสียหายหนัก ปลัดเกษตรฯยันได้แจ้งเตือนล่วงหน้างดทำนาปรัง หวั่นโรคระบาดแพร่หนักช่วงหน้าแล้ง
สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ดูจะรุนแรงกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา หากดูจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เหลือใช้อยู่น้อยมากอย่างเขื่อนภูมิพล ปัจจุบันมีปริมาณในเขื่อน 5,868 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 44%สามารถใช้การได้จริง 2,068 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำในอ่างปัจจุบัน 5,592 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59%สามารถใช้การได้จริง 2,742 ล้านลูกบาศก์เมตร
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าเรื่องนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหานี้ เริ่มจากการประกาศงดทำนาปรังรอบ 2 ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่กลอง เกษตรกรที่ฝืนปลูกจะไม่ได้รับความช่วยเหลือเหมือนทุกปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กลไกการประกาศพื้นที่ภัยแล้งยังมีความเข้มงวด โดยจะสำรวจพื้นที่จริงก่อนประกาศทุกครั้ง ดังนั้นพื้นที่ใดที่ไม่เข้าเกณฑ์จริงๆ จะไม่ได้รับการประกาศ มาตรการนี้ส่งผลให้เกษตรกรไม่กล้าทำนาปรังกันมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเหลือช่วงภัยแล้งอีก 2 เดือน จึงมีระยะเวลาประกาศเพิ่ม ซึ่งการประกาศทั้ง 3 กระทรวง จะร่วมกันพิจารณาและแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบ
“อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พื้นที่การประกาศเขตภัยแล้งปีนี้ดูน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะการบริหารงานที่ปลอดจากการเมือง ทำให้ไม่มีแรงกดดันในพื้นที่ ทุกปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากระแสชาวบ้านที่ได้รับแรงกระตุ้นจากหัวคะแนนให้เรียกร้องขอความช่วยเหลือมีหลุดเข้ามาบ้าง ดังนั้นปีนี้จึงมีหลายปัจจัยที่ให้ผลกระทบจากภัยแล้งลดลง” นายชวลิต กล่าว
ภัยแล้ง10จังหวัดเสียหายกว่า5พันล้าน
นายภูมิศักดิ์ ราศี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) กล่าวว่าจากสถานการณ์ภัยแล้งตั้งแต่เดือนต.ค. 2557- ปัจจุบัน พบพื้นที่ การเกษตรเสียหายแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ ขอนแก่น มหาสารคาม สกลนคร นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ชัยนาท ลพบุรี และสุพรรณบุรี เกษตรกร 127,697 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,185,720 ไร่ เป็นพื้นที่ภาคเหนือ 6,194 ไร่ ภาคอีสาน 1,150,879 ไร่ และภาคกลาง 28,645 ไร่ มูลค่าความเสียหายประมาณ 5,744 ล้านบาท โดยสินค้าข้าวได้รับความเสีหาย 5,265 ล้านบาท จากพื้นที่เสียหาย 1,127,558 ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิตจำนวน 631,766 ตัน พืชไร่เสียหายกว่า 479 ล้านบาท จากพื้นที่เสียหาย 58,160 ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิต 326,153 ตัน
สศก.เกาะติดภัยแล้งกระทบสินค้า
สถานการณ์ภัยแล้งดังกล่าวจะส่งผลต่อเศรษฐกิจการเกษตร ได้แก่ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมที่แท้จริง (Real GDP) ด้านพืช ได้แก่ ข้าว จำนวน 938 ล้านบาท พืชไร่กว่า 66 ล้านบาท รวมมูลค่าผลกระทบที่มีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร 1,005 ล้านบาท หรือ 0.2321% ของผลกระทบที่มีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรที่แท้จริง
ทั้งนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังอยู่ในขั้นเบื้องต้น โดย สศก.จะประเมินเป็นระยะๆจนกว่าจะสิ้นสุดภัยแล้งในเดือน เม.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปีนี้กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายงดทำนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่กลอง โดยปกติพื้นที่เหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากแล้งมากที่สุด
ดังนั้นเมื่อนาปรังหายไป มูลค่าความเสียหายจากภัยแล้งปีนี้จึงดูเหมือนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มูลค่าความเสียหาย ถึง 35,502 ล้านบาท จากภัยแล้ง 22 จังหวัด ขณะที่ความเสียหายต่อ Real GDP อยู่ที่ 6,752 ล้านบาท
โรคระบาดแพร่หนักหลังภัยแล้ง
อย่างไรก็ตาม จากรายงานจากศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ แจ้งว่านอกภัยแล้งจะสร้างความเสียหายโดยตรงกับพืชแล้ว ส่งผลให้เกิดโรคระบาดด้วย โดยพบว่า ข้าวมีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่ระบาด 10 ไร่ พบการระบาดในขนาดอายุ 60 วัน ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โรคไหม้ พื้นที่ระบาด 536 ไร่ พบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา กาฬสินธุ์ ลำพูน และแพร่ เป็นการระบาดในระดับรุนแรง 200 ไร่ และไม่รุนแรง 336 ไร่
มันสำปะหลังจากพื้นที่ 54 จังหวัด ในพื้นที่ 7,090,873 ไร่ พบการระบาดของ เพลี้ยแป้ง และปัญหาโคนเน่า-หัวเน่ามันสำปะหลัง พื้นที่ระบาดรวม 10,497 ไร่ หรือ 0.15% โดย เพลี้ยแป้ง มีพื้นที่ระบาด 1,226 ไร่ พบในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี ขอนแก่น มุกดาหาร และ นครราชสีมา เป็นการระบาดในมันสำปะหลังอายุ 1-4 เดือน โรคโคนเน่า-หัวเน่า ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา และ บุรีรัมย์ เป็นการระบาดในระดับรุนแรง 2,533 ไร่ และไม่รุนแรง 6,738 ไร่
ศัตรูมะพร้าว ใน พื้นที่ปลูก 50 จังหวัด 1,258,483 ไร่ มีการระบาดของศัตรูมะพร้าว 3 ชนิด 121,248 ไร่ หรือ 9.63% ของพื้นที่ปลูก โดย หนอนหัวดำ พื้นที่ระบาด 22 จังหวัด 65,520 ไร่ หรือ 5.20% ของพื้นที่ปลูก แมลงดำหนาม พื้นที่ระบาด 21 จังหวัด 53,084 ไร่ หรือ 4.22% ของพื้นที่ปลูก ด้วงแรด พื้นที่ระบาด 14 จังหวัด 2,644 ไร่หรือ 0.21% ของพื้นที่ปลูก
กรมชลฯเร่งส่งเครื่องสูบน้ำช่วย
สำหรับการให้ความช่วยเหลือ กรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี หนองคาย กาฬสินธุ์ นครสวรรค์ สุโขทัย สกลนคร และ อ่างทอง รวมทั้งสนับสนุนรถบรรทุกน้ำให้การช่วยเหลือ
การปฏิบัติการฝนหลวง มีการตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่สนามบินนครสวรรค์ สามารถส่งเครื่องบินออกไปปฏิบัติที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงได้ภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ มีแผนดำเนินการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาค วันที่ 27 ก.พ. นี้
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งหลายจังหวัดวิกฤติหนัก โดยเฉพาะที่จังหวัดพะเยา ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินภัยแล้ง 9 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 7 หมื่นคน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่าสถานการณ์ภัยแล้ง น่าจะรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เช่นเดียวกับที่จังหวัดพิษณุโลก ภัยแล้งขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง แหล่งน้ำเริ่มแห้งขอด ขณะที่ชลประทานจังหวัด เตือนชาวนา งดทำนาปรังรอบสองอย่างเด็ดขาด





