วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับพระกัมพูชาเดินเรี่ยไรเงินชาวบ้าน

ตร.สภ.เมืองพิษณุโลก จับพระกัมพูชาหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายเดินเรี่ยไรเงินชาวบ้าน นำส่งตม.ผลักดันออกประเทศ

ร.ต.ท.สุรพงศ์ เหมือนศรีชัย ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีพระออกเดินบิณฑบาตเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน ภายในซอยวัดเขื่อนขันธ์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก สร้างความรำคาญและเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจรุดไปตรวจสอบ พบพระภิกษุสงฆ์จำนวน 2 รูป เดินบิณฑบาตอยู่ริมถนน เมื่อสอบถามก็พูดจาภาษาไทยได้บ้างไม่ได้บ้าง จึงได้เชิญตัวมอบให้ พระครูประภากรชัยกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าอาวาสวัดเขื่อนขันธ์ และพระครูศรีรัตนาทร พระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) ทำการสอบสวน

เบื้องต้นทราบว่า พระทั้ง 2 รูป คือ พระพี อายุ 43 ปี และพระวัน อายุ 34 ปี เป็นพระจากประเทศกัมพูชา ตรวจสอบพบใบสูติบัตรแสดงตนเป็นพระจริง แต่เขียนด้วยภาษาเขมร และไม่พบเอกสารยืนยันการเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด โดยพระทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า จำวัดอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้หลบหนีเข้าเมืองมาทางด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และได้เดินทางพักแรมตามจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย 15 วันแล้ว สุดท้ายเดินทางมาที่ จ.พิษณุโลก และบิณฑบาตเรี่ยไรเงินและสิ่งของจากชาวบ้านจนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด

ต่อมาพระวินยาธิการได้นำพระทั้งคู่ไปทำการจับสึก เนื่องจากช่วงเวลาที่พระทั้งคู่ออกเดินบิณฑบาตกับชาวบ้านนั้น อยู่ในช่วงหลังเวลา 08.00 น. ไปแล้ว ซึ่งผิดกฎของสงฆ์และไม่เหมาะสมจึงต้องให้ลาสึกจากการเป็นพระ แต่พระทั้งคู่กับดื้อดึงไม่ยอมสึกให้พ้นจากผ้าเหลือง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ สุดท้ายพระทั้งคู่จึงยินยอมสึกจากการเป็นพระแต่โดยดี

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบพิรุธ จึงขอตรวจค้นที่ก้นบาตรพระที่นำติดตัวมาด้วย พบธนบัตรเงินไทย ฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท 100 บาท จำนวนรวมกันถึง 23,400 บาท ซุกซ่อนไว้อีกด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมารับตัว ก่อนผลักดันกลับประเทศกัมพูชาต่อไป.