วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นำรถเข้าอู่เปลี่ยนเครื่อง พบอีกทีเหลือแต่ซาก

หนุ่มใหญ่ วัย 56 ปี นำรถเข้าอู่เปลี่ยนเครื่อง ช่างปิดอู่นำรถหนี 2 ปี พบอีกทีรถเหลือแต่ซาก

พ.ต.ท.อุทัย แววไทสง สารวัตรสอบสวนสภ.คลองห้า ได้รับแจ้งว่า มีเจ้าของรถมาเจอรถของตนเอง จอดทิ้งไว้อยู่หน้าอู่ซ่อมรถไม่มีชื่อ ริมถนนธัญบุรี-วังน้อย ม.7 ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พบนายณรงค์ เผ่นจันทึก อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/29 ม.3 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี บอกว่า ตนเองได้นำรถกระบะยี่ห้อนิสัน บิ๊กเอ็ม สีแดง หมายเลขทะเบียน บจ 4727 นนทบุรี มาให้อู่สุชาติ ซึ่งมีนายสุชาติ มีสง่า เป็นเจ้าของอู่ อยู่ย่าน ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตนนำรถมาเปลี่ยนจากเครื่องดีเซลเป็นเครื่องเบนซิน พร้อมทั้งติดตั้งแก๊สด้วย โดยตกลงราคากัน อยู่ที่ 20,000 บาท แต่เครื่องเก่าทางอู่ขอซื้อในราคา 17,000 บาท ตั้งแต่เมื่อปี 2556

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ตนเองก็ได้ติดตามการซ่อมรถมาโดยตลอด และเมื่อรถซ่อมเสร็จก็ได้ โอนเงินให้เรียบร้อยแล้ว โดยโทรศัพท์ที่จะนัดหมายมาเอารถ แต่เมื่อมาพบว่า อู่ได้ปิดไปแล้ว และตนก็ได้โทรศัพท์ไปหา นายสุชาติ ปรากฏว่า ติดต่อไม่ได้ทางโทรศัพท์ และก็ได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คลองหลวง แล้ว ตนก็พยายามตามหารถของตนเองมาโดยตลอด จนเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตนขับรถจะไปทำงาน และสังเกตเห็นรถกระบะสีแดง จอดอยู่ข้างทาง คล้ายรถของตนเอง จึงลงมาดู ก็พบว่า เป็นรถของตนเอง ที่มาซ่อมไว้ ทราบว่า นายสุชาติ ได้มาเช่าบ้านเปิดอู่ซ่อมรถในย่านริมถนนคลองเจ็ด วังน้อย แต่นายสุชาติ ได้หายตัวไป ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว

“จากสภาพรถที่ก่อนนำมาซ่อมเปลี่ยนเครื่อง ยังขับใช้งานได้ แต่เวลานี้ ล้อหลัง 2 ล้อได้หายไป เครื่องเสียงด้านในถูกถอดออก เพลาขับเคลื่อนถูกถอดไปจนใช้งานไม่ได้ ผมจึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งนำรถกลับไปซ่อม และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตาม นายสุชาติมาดำเนินคดีด้วย จึงอยากฝากบอกประชาชนที่จะนำรถไปซ่อมที่อู่ให้ดูดีๆ เพราะคนร้ายอาจจะแอบแฝงมาเปิดอู่ซ่อมรถบังหน้าและลักอะไหล่รถไปขายได้ เหมือนแบบผมที่โดนอยู่ตอนนี้” นายสุชาติ กล่าว