วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เล็งดึงสถาบันอุดมฯวิเคราะห์กำลังคนป้อนเมกกะโปรเจค

ศธ.เตรียมดึงสถาบันอุดมศึกษา วิเคราะห์ความต้องการกำลังคน ป้อนโครงการเมกกะโปรเจคของรัฐบาล

ดร.กฤษณพงศ์ กีระติกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จะขอให้สถาบันอุดมศึกษาช่วยวิเคราะห์โครงการเมกกะโปรเจคของรัฐบาล อาทิ โครงการสร้างระบบขนส่งระบบราง การบริหารจัดการน้ำ ถอดออกมาว่า เมกกะโปรเจคของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่นั้น ต้องใช้กำลังคนในระดับใด สาชาใดบ้าง จำนวนเท่าไหร่ โดยใช้วิธีศึกษาจากประเทศอื่น ๆ เพราะประเทศไทยยังไม่เคยมีประสบการณ์ลงทุนในโครงการเมกกะโปรเจคเหล่านี้มาก่อน


" ตอนนี้ เห็นภาพชัดเจนแล้วว่า โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ของไทย น่าจะใช้โมเดลของประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศจีนซึ่งกำลังเจรจากันอยู่ ก็จะให้มหาวิทยาลัยไปถอดดูว่า การก่อสร้างตามโมเดลนี้ แต่ละขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้างไปจนถึงการบริหารจัดการหลังเริ่มเปิดให้บริการนั้น ต้องใช้กำลังคนสาขาใดบ้าง เป็นจำนวนเท่าไหร่ แน่นอนว่า ต้องใช้กำลังคนเป็นหลัก100,000 คน เคยมีการวิเคราะห์เบื้องต้นโดยใช้โมเดลของยุโรปมาคำนวณ พบว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็งสูง 1 กิโลเมตร ต้องใช้คนเป็นหมื่นคน " รมช.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ในการประชุมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยวันที่ 22 ก.พ. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) นั้น จะนำเรื่องนี้เข้าไปพูดคุยในที่ประชุมด้วย


รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า เมื่อมหาวิทยาลัยถอดความต้องการกำลังคนรองรับเมกกะโปรเจคออกมาแล้ว จะนำข้อมูลดังกล่าวมาให้มหาวิทยาลัยเร่งผลิตกำลังคนรองรับ หากไม่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว ตำแหน่งงานดี ๆ ที่มาพร้อมกับเมกกะโปรเจคนั้น ก็จะถูกแทนที่ด้วยคนงานจากต่างประเทศ ไม่ถึงคนไทย ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมาก เพราะฉะนั้น ต้องเร่งผลิตกำลังคนป้อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนั้น งานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาก็จะต้องปรับตัว เลือกทำวิจัยที่ตอบตอบโจทย์เมกกะโปรเจคด้วย


“ ประเทศในเอเซียตะวันออก อาทิ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ก็อาศัยโครงการเมกกะโปรเจคเป็นตัวพัฒนาการอาชีวศึกษา การอุดมศึกษา และการวิจัย เพราะฉะนั้น ไทย ก็ต้องอาศัยโอกาสดังกล่าวปรับตัวการพัฒนาคน งานวิจัยเช่นกัน การวิจัยควรจะผูกกับการพัฒนาประเทศ ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ ก็ได้คุยกับที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ 28 แห่ง ด้วยว่า วิทยาศาสตร์ต้องตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้ด้วย จากนั้น การพัฒนาวิทยาศาสตร์ในประเทศจึงจะตามมาโดยผ่านทางโครงการเมกกะโปรเจคและโครงการสำคัญอื่น ๆ ของรัฐบาล " ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวในที่สุด