วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สพฐ.เล็งทบทวนใช้โอเน็ตประเมินนักเรียน

สพฐ.เตรียมทบทวนสัดส่วนใช้คะแนนโอเน็ตประเมินผลการเรียนของผู้เรียน "กมล" ชี้ 50:50 มากเกินไป

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยกรณีนักเรียนชั้นม.ปลาย กลุ่มเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร ได้ยื่นฟ้อง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) และตน ต่อศาลปกครองกลาง กรณีกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ออกประกาศ ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2556


เรื่องการปรับสัดส่วนการใช้ผลแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน โดยกำหนดให้ใช้ผลการเรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษาและผลคะแนนโอเน็ตที่จัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ในปีการศึกษา 2557 ด้วยสัดส่วน 70 ต่อ 30 เพิ่มเป็น 50 ต่อ50 ในปีการศึกษา 2558 ทั้งนี้ ผู้ร้องได้ขอให้ รมว.ศธ.และ


เลขาธิการ กพฐ.ยกเลิกประกาศดังกล่าว เนื่องจากข้อสอบที่สทศ.ออกไม่มีความเป็นกลาง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้ และยังสร้างความหนักใจให้แก่ผู้เรียน จึงขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ยังไม่ต้องนำคะแนนโอเน็ตมาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการพิจารณาการจบช่วงชั้น จนกว่าศาลจะมีคำสั่งนั้น


ทั้งนี้ประเด็นการนำผลคะแนนโอเน็ตไปใช้มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการคือ ต้องการใช้คะแนนโอเน็ตวัดมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของประเทศ และเพื่อให้เด็กมีความตั้งใจเรียนในห้องเรียน ซึ่งหลักคิดนี้จึงได้มากำหนดเป็นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตามในกรณีที่นักเรียนฟ้องศาลปกครองกลางเพื่อคุ้มครองให้มีการชะลอ เรื่องนี้สพฐ.ก็รับฟัง ถ้าศาลปกครองเรียกให้ไปชี้แจงก็จะอภิบายเหตุผลตามที่บอกเบื้องต้น แต่ถ้าศาลปกครองมีคำสั่งอย่างไร สพฐ.ก็พร้อมที่จะปฏิบัติ


“คะแนนโอเน็ตไม่ได้ทำให้เด็กที่อยู่ในโรงเรียนต่างกันเสียสิทธิ เพราะคะแนนโอเน็ตใช้ในการตัดสินในชั้นเรียนเพื่อให้จบการเรียนแต่ละช่วงชั้นเท่านั้น ซึ่งแข่งขันในกลุ่มนักเรียนด้วยกันในแต่ละพื้นที่ จะไม่เหลื่อมล้ำกันมากนัก เบื้องต้นเราใช้เพียง 30% ในปี 2557 แต่อย่างไรก็ตามการเพิ่มสัดส่วนคะแนนโอเน็ตมาเป็น 50% ในปี 2558 สพฐ.ก็มีความเห็นว่าอาจจะเพิ่มเร็วเกินไป และตอนนี้ก็กำลังเตรียมทบทวน เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่เห็นด้วย น่าจะใช้สัดส่วนคะแนนโอเน็ต 30% สัก 2-3 ปีไปก่อน เมื่อลงตัวแล้วค่อยเพิ่มไปทีละสเต็บไม่ก้าวกระโดดไปมากเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้ที่จะประกาศเพิ่มสัดส่วนโอเน็ตมาใช้ประกอบ 50% ก็มีความคิดเห็นแย้งกันมากพอสมควร” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว