วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วอนอย่าขวางตั้งองค์กรใหม่คุมงบวิจัย

รก.ผอ.สวรส. วอนอย่าขวางตั้งองค์กรใหม่คุมงบวิจัย เหตุเพราะคนตระกูล ส.ดำเนินการ ยันเปิดกว้างทุกฝ่ายนั่งบริหาร

ชง”หมอรัชตะ”นำเข้าครม.แล้ว เชื่อไม่ทันสมัยสนช. เกรงพ้นรัฐบาลนี้กฎหมายผ่านยาก

จากกรณีที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ยกร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ พ.ศ...หรือร่างพรบ.สวส. ซึ่งจะมีการตั้งสำนักงานใหม่ทดแทน สวรส. เดิม โดยรับงบประมาณประเดิม 1 พันล้านบาท และร้อยละ 1 ในปีแรก และร้อยละ 2 ในปีถัดไป แต่ได้รับเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสมเพราะเห็นว่าเป็นการตั้งหน่วยงานซ้ำซ้อนและดำเนินการโดยคนกลุ่มเดิมๆ


ล่าสุด นพ.ภูษิต ประคองสาย รักษาการผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า การตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาก็เพราะกลุ่มคนที่มีความกล้าที่จะเดินหน้าพัฒนาสิ่งใหม่ เหมือนกับเมื่อ 12 ปีก่อน ที่ก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขึ้นมาก็พบว่าได้ผลดีทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ แต่ถึงแม้จะเป็นการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้น ไม่อยากให้มองว่าเป็นคนกลุ่มเดิมๆ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ ที่สำคัญร่างพ.ร.บ.นี้ไม่ได้ระบุว่าใครต้องมาเป็นกรรมการ ใครแน่จริงก็ไปสมัคร ถ้าระบบเลือกก็เลือกตามกระบวนการกลั่นกรอง ไม่มีการผูกขาด และหากคนจากตระกูล ส. จะเข้ามาก็ย่อมได้หากมีความสามารถและคุณสมบัติผ่านตามหลักเกณฑ์


ต่อข้อถาม งบประมาณสนับสนุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 จะนำมาจากที่ใด เพราะก่อนหน้านี้นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข อดีตผอ.สวรส.ยืนยันว่างบประมาณนี้ ไม่ได้ดึงมาจาก สปสช.กับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นเพียงการเทียบเคียงตัวเลขเพื่อของบประมาณกลางเท่านั้น แต่ ในร่างพ.ร.บ.ใหม่กลับระบุเอาไว้กำกวม และสื่อไปในทางที่เข้าใจว่าเอาเงินมาจาก 2 หน่วยงานนี้ นพ.ภูษิต กล่าวว่า โดยหลักการแล้วหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ไม่ได้อยากจะเอาเงินของ สปสช. หรือ กระทรวง แต่ตรงนี้ตนไม่สามารถยืนยันได้ เพราะในทางกฎหมายแล้วต้องเขียนเปิดช่องเอาไว้ว่ากองทุนมีความต้องการงบประมาณในอัตราเท่านี้ อยู่ที่ว่ารัฐจะเอาจากไหนมาจัดสรรให้ อาจจะเป็นการตัดเค้กจากงบประมาณของ 2 หน่วยงานดังกล่าวนี้ก็ได้ ตอนนี้เลยเกิดปัญหากันอยู่ สุดท้ายแล้วอยู่ที่การแปรญัตติ


“ร่างพ.ร.บ.นี้ได้เสนอให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) พิจารณาเสนอเข้าครม.ไปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการนำเสนอเข้าครม. เพราะยังมีกระแสต่อต้าน ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะทันการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แต่กฎหมายนี้ถ้าเป็นรัฐบาลปกติคงผ่านได้ยาก ส่วนข้อเสนอให้หน่วยงานใหม่อยู่ภายใต้หน่วยงานระดับประเทศที่มีผู้เชี่ยวชาญ แทนการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น สธ.เพราะมีผู้เชี่ยวเชี่ยวชาญจำนวนมาก แต่วันนี้การขับเคลื่อนงานสาธารณสุขต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ นอกเหนือจากสธ. หากหน่วยงานใหม่นี้อยู่ในสังกัดสธ.การจะขับเคลื่อนงานต่างๆ ค่อนข้างทำได้ยากเพราะติดหลักเกณฑ์ราชการ จึงพยายามผลักดันให้อยู่ในสังกัดนายกฯ.”นพ.ภูษิตก