วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วสท.ลงพื้นที่ตรวจเอสซีบีปาร์ค แนะปิดซ่อมชั้น9-11

นายกวิศวกรรมสถานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ แนะปิดซ่อมชั้น 9-11

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่อาคารสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ รัชดาภิเษก ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยรศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย น.ส.บุษกร แสนสุข ประธานสาขาวิศกรรมความปลอดภัย วสท. และทีมวิศวกร ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณจุดที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ บริเวณชั้น 9-11 ตามคำขอของธนาคารไทยพาณิชย์โดยนำอุปกรณ์เครื่องมือเฉพาะมาใช้ในการตรวจสอบอาคารดังกล่าว 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทางธนาคารได้ส่งหนังสือถึงนายกวสท. ขอให้เข้ามาตรวจสอบในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งวันนี้มีทีมชุดใหญ่ พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จะเข้ามาตรวจสอบ โดยหลักๆ จะตรวจสอบเรื่องความแข็งแรงโครงสร้าง ถึงแม้เราจะรับรองว่าอาคารมีความมั่นคง อาคารอยู่ได้แน่นอน แต่ว่าไฟไหม้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับอาคารลักษณะใดก็ตามล้วนแต่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแน่นอน และมีอุปกรณ์อุลตร้าโซนิค เพื่อจะดูลึกลงไปว่าไฟที่เผาอยู่ใช้เวลานานพอสมควรจะถึงเหล็กเสริมคอนกรีตหรือไม่ พราะฉะนั้นอุปกรณ์ที่มาจะมาทดสอบเรื่องของความแข็งแรงของคอนกรีต จากนั้นจะตรวจดูความเอียงที่มีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะว่าชั้น 10 จะต้องรองรับอาคารอีก 24 ชั้น และได้นำอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจสอบทั้งหมดมาถึงธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ทำลาย และมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิเคราะห์ความเสียหาย ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นว่าเราจะแนะนำธนาคารไทยพาณิชย์ได้ภายใน 1 สัปดาห์ 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า อาคารสูงโดยทั่วไปมีการออกแบบเพื่อความปลอดภัยเป็นพิเศษอยู่แล้ว และที่มาตรวจสอบในวันนี้จะเข้ามาดูในเรื่องของการกลับมาใช้งานตัวอาคารได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรื่องของสาเหตุการเกิดอัคคีภัยเป็นเรื่องของนิติวิทยาศาสตร์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับวิศวกรรมสถานซึ่งให้คำตอบไม่ได้ โดยสิ่งที่ต้องการอยากจะสื่อออกไปให้อาคารสูงมีการตรวจสอบระบบป้องกันอยู่เสมอ ซึ่งเทคโนโลยีในการก่อสร้างพัฒนาไปมากแม้ในปัจจุบันอาคารที่สร้างใหม่จะมีรูปแบบที่แปลกๆ ไป ก็สามารถทำให้ตัวตึกมีความมั่นคง ส่วนตัวอาคารที่ออกแบบมาเป็นสี่เหลี่ยมใช่ว่าจะปลอดภัย หากไม่มีการดูแลที่ดี


ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบในวันนี้คงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหลายชั่วโมงจึงจะได้ข้อมูลเบื้องต้น และต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ น่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม ทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดูในเรื่องของความปลอดภัยของอาคารว่า ควรจะต้องซ่อมแซมในส่วนไหนบ้าง ได้รับความเสียหายเท่าไหร่ และจะซ่อมแซมอย่างไร ซึ่งได้ให้คำแนะนำกับทางธนาคารไปเบื้องต้นแล้ว ขั้นแรกได้แนะนำให้ปิดพื้นที่ชั้นบนและชั้นล่างจุดเกิดเหตุ ซึ่งจุดเกิดเพลิงไหม้อยู่ที่ชั้น 10 เพราะฉะนั้นชั้น 9 ที่ได้รับความเสียหายบริเวณฝ้า ส่วนชั้น 11 จะได้รับความเสียหายบริเวณพื้น ตั้งแต่ชั้น 9-11 จึงยังใช้งานไม่ได้


ต่อมาเวลา 14.00 น. ศ.ดร.สุชัชวีร์ พร้อมด้วย ดร.การุญ จันทรางศุ ผู้ออกแบบอาคาร รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงชี้แจงความคืบหน้าหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชั้น 10 โซนเอ


ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยเฉพาะเพดานชั้น 10 มีสะเก็ดลงมาเป็นจุดๆ ซึ่งทีมงาน วสท.ได้ใช้เครื่องมือสวิตแฮมเมอร์ในการดูกำลังของคอนกรีต ซึ่งกำลังทำการสำรวจโดยละเอียด และใช้อุลตร้าโซนิคตรวจดูรอยแตกของเสาคอนกรีตเปรียบเทียบกำลังกับเสาที่มีความสมบูรณ์ 100 % ว่ามีความเสียหายเท่าไหร่ และจะประสานกับผู้ออกแบบอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหาวิธีในการซ่อมแซมตัวอาคารให้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด ระหว่างนี้ทางผู้ออกแบบก็จะเข้าไปดูด้วยว่าการออกแบบเป็นอย่างไร กำลังที่ใช้เป็นเท่าไหร่ ปัจจุบันสภาวะทั้งกลิ่น ทั้งน้ำ และควัน ตั้งแต่ชั้น 11 ลงมาชั้น 1 ยังใช้การไม่ได้ เพราะฉะนั้นทางธนาคารก็คงจะปิดทำการ และจากที่เห็นบริเวณชั้น 10 ไม่ได้ใช้สปริงเกอร์ แต่ใช้ไพรเวอร์เจน ซึ่งเป็นการใช้การดับเพลิงโดยใช้แก๊ส เมื่อมีความร้อนก็จะแตกออกมา เพื่อที่จะไม่ให้มีออกซิเจน หลังจากที่มีความร้อนไม่ว่าจะเป็นสปริงเกอร์ หรือไพเวอร์เจนจะมีการแตกออกก็จะมีน้ำฉีดพ่นลงมา ขณะเดียวกันสิ่งที่เป็นแก๊สก็จะต้องปล่อยกลุ่มควันลงมาจากแรงดันที่ถูกอัดอยู่ในถังแก๊สที่อยู่ข้างบน ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นแก๊สชนิดใด ทาง วสท.กำลังขอรายละเอียดอยู่ มันมีทั้งข้อดีข้อเสีย เพราะว่าในอดีตจากการสอบถามนั้นถ้าเป็นน้ำคอมพิวเตอร์จะเกิดความเสียหายได้ ก็จะเปลี่ยนมาเป็นการดับเพลิงโดยการใช้แก๊ส ซึ่งจะเลือกใช้ในพื้นที่ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเรื่องของรายละเอียดที่จะต้องมีการตรวจสอบ ส่วนความวิตกกังวลเรื่องความมั่นคงนั้น ทางผู้ออกแบบยืนยันว่าตัวอาคารมีความมั่นคง


ด้าน ดร.การุญ ผู้ออกแบบอาคาร กล่าวว่า อาคารนี้สร้างประมาณพ.ศ. 2538 ประมาณ 20 ปีแล้ว แต่อาคารก็ยังมีความทันสมัย มั่นคงแข็งแรง แม้ว่าจะถูกไฟไหม้ไปบางส่วน ก็เป็นพื้นที่เพียงเล็กน้อย สามารถซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพการใช้งานปกติได้ ถ้ามีการบำรุงรักษาอยู่เสมออาคารนี้ก็จะอยู่ได้ตลอด ตามกฎหมายอาคารต้องทนไฟได้ 3 ชั่วโมง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็พิสูจน์แล้ว ว่าสามารถทนไฟโดยไม่พังทลาย เพราะอาคารมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นเสา หรือโครงสร้าง และจากประสบการณ์ที่ได้แก้ไขอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ก็ถือว่ามีลักษณะความรุนแรงที่ไม่กระทบหรือกระทบต่อตัวอาคารน้อยมาก


ขณะที่ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า การสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว และในวันนี้ได้เรียกบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกว่า 60 ปากแล้ว ส่วนพนักงานฉีดยุงทั้ง 4 คน ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และได้นำข้อมูลที่มีอยู่จากทุกส่วนมาประกอบกันเป็นจิ๊กซอร์ ส่วนรายละเอียดของสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ยังคงต้องรอข้อมูลจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งคาดว่าในเร็วๆ นี้จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น