วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกทลายคลินิคเสริมความงามเถื่อนกลางเมืองเชียงใหม่

ตร.ภาค5 บุกทลายคลินิคเสริมความงามเถื่อนกลางเมืองเชียงใหม่ พบยาอันตรายเพียบ เจ้าตัวรับสารภาพทำนานกว่า1ปี

วันนี้ (6ก.พ.58) นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นำกำลังเจ้าหน้าที่งานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี ตำรวจภูธรภาค 5 บุกเข้าตรวจสอบร้านขายของชำ เลขที่ 40/3 ถนนพัฒนาช้างเผือก ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภายหลังได้รับแจ้งว่า สถานที่ดังกล่าวได้ลักลอบเปิดเป็นคลีนิคเสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเข้าตรวจสอบ พบว่า ร้านดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้น โดยชั้นล่างเปิดเป็นร้านขายของชำเอาไว้บังหน้า ส่วนชั้นที่สอง เปิดเป็นสถานที่ให้บริการด้านความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในพบเตียงสำหรับลูกค้าจำนวน 2 เตียง และพบของกลางเป็นยาไทออพติคแอซิด ยี่ห้อซิดเดลล่า ซึ่งเป็นยาที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ใช้สำหรับรักษาโรคเบาหวานและโรคเอชไอวี รวมทั้งพบกลูตาไธโอน ยาพาเซนต้า และสเต็มเซล อีกจำนวนมาก ซึ่งยาทั้งหมดไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย อีกทั้งยังพบอุปกรณ์เป็นเข็มฉีดยาอีกกว่าร้อยรายการ

อีกทั้ง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนางสาวพิมพ์ฤทัย ทองประเสริฐ อายุ 31 ปี เจ้าของคลีนิคเถื่อนแห่งนี้ได้ด้วย พร้อแจ้งข้อหา เปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ความผิด ตาม พ.ร.บ.ยา ข้อหาครอบครองยาที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน

นางสาวพิมพ์ฤทัยได้ให้การรับสารภาพ ว่า ตนเองไม่ได้เรียนจบด้านการแพทย์มา แต่เคยทำงานในคลีนิคเสริมความงามชื่อดัง มานานกว่า 5 ปี เมื่อมีความรู้และประสบการณ์แล้วก็ลาออกมาเปิดคลีนิคเป็นของตนเอง ใช้วิธีการโฆษณาหาลูกค้าผ่านทางเฟสบุ๊ค และเปิดมานานกว่า 1 ปีแล้ว มีลูกค้ามาใช้บริการกว่า 100 คน ตนเองให้บริการทั้งฉีดโบท็อกซ์ ทำหน้าใส ฉีดสเต็มเซลล์ เป็นต้น ซึ่งคิดค่าบริการครั้งละ 4,500 บาท ส่วนยาที่นำมาใช้ก็ได้สั่งซื้อมาจากเซลล์ขายยาคนหนึ่งที่รู้จักกันตั้งแต่ทำงานอยู่ที่คลีนิคเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีลูกค้ารายใดได้รับอันตรายจากยาของตน

ด้านนาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ระบุว่า ยาที่นางสาวพิมพ์ฤทัยนำมาใช้ไม่ได้มีสรรพคุณเป็นยาทำให้ขาว แต่อาศัยผลข้างเคียง ซึ่งถือว่าอันตรายมาก เพราะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จนอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งหลังจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จะเดินหน้าตรวจสอบและเข้าจับกุมคลีนิคที่เปิดให้บริการในลักษณะดังกล่าวนี้อย่างเข้มงวด ซึ่งคาดว่ายังมีอยู่อีกหลายแห่งทั่วประเทศ