ดึงทุกองค์กรร่วมคณะกุนซือไฟใต้ ปิดช่อง'ถกลับ'ไม่ผ่านโต๊ะใหญ่

ดึงทุกองค์กรร่วมคณะกุนซือไฟใต้ ปิดช่อง'ถกลับ'ไม่ผ่านโต๊ะใหญ่

แง้มผลประชุมคณะกรรมการระดับชาติพูดคุยดับไฟใต้ วางตัวบุคคลเป็นคณะพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง

"ชาญเชาวน์-กิตติ-นักรบ" นั่งแท่น นายกฯสั่งดึงนักวิชาการ-ภาคประชาสังคม-องค์กรเสียงดังร่วมทีมที่ปรึกษา ปิดช่องดอดถกลับโดยพลการ หวั่นกระทบโต๊ะใหญ่ ด้านวงประชุมเจบีซี "ไทย-มาเลย์" ชื่นมื่น มั่นใจเอื้อบรรยากาศพูดคุยสันติสุข

การประชุมคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นคณะกรรมการนโยบายระดับชาติที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ข้อสรุปหลายข้อที่จะนำไปสู่กระบวนการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐในระยะต่อไป

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯดังกล่าว ที่ประชุมได้อนุมัติแผนใหญ่สำหรับเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งเป็นแผนระยะยาว สามารถส่งต่อไปยังรัฐบาลชุดต่อไปได้ด้วย

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้หารือกันถึงตัวบุคคลที่จะจัดลงคณะขับเคลื่อนการพูดคุย ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น "คณะพูดคุยฝ่ายรัฐบาลไทย" และวางบุคคลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องราว 10 คน เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น

ทั้งนี้ บุคคลที่ถูกวางตัว ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารเบอร์ 2 ของหน่วย เช่น นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ท.กิตติ อินทสร แม่ทัพน้อยที่ 4 นอกจากนั้นยังมี พล.ต.นักรบ บุญบัวทอง รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) กอ.รมน. เป็นฝ่ายเลขานุการด้วย

ที่สำคัญจะมีการตั้งคณะที่ปรึกษาของคณะขับเคลื่อนการพูดคุยขึ้นมา 1 ชุด โดยนอกจากที่มีการวางตัว พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก (พล.อ.ประยุทธ์) เป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาแล้ว ยังจะดึงกลุ่มนักวิชาการ ภาคประชาสังคม และองค์กรเสียงดัง (องค์กรที่ไม่ใช่รัฐแต่มีบทบาทต่อสถานการณ์หรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล) ตลอดจนองค์กรของรัฐหรือองค์กรภาคประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ที่มีบทบาทในการพูดคุยทางลับกับกลุ่มผู้เห็นต่างหลากหลายกลุ่มที่ผ่านมา ให้เข้ามาร่วมด้วย

โดยกติกาก็คือ นับจากนี้จะไม่มีการอนุญาตให้เปิดการพูดคุยลับเป็นช่องทางที่ 2 ที่ 3 (track 2-3) โดยพลการอีกแล้ว แต่จะต้องมาให้ข้อมูลต่อคณะที่ปรึกษา และส่งต่อข้อมูลนั้นไปยังคณะขับเคลื่อนการพูดคุยชุดของ พล.อ.อักษรา ต่อไป ทั้งนี้เพื่อปิดช่องไม่ให้แต่ละองค์กรขับเคลื่อนการพูดคุยลับกันเอง แล้วกระทบกับเวทีใหญ่

กห.ไทย-มาเลย์หารือความมั่นคงชายแดน

วานนี้ (29 ม.ค.) ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยนายดาโต๊ะ สรี ปังลิมา ฮิสฮัมมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย -มาเลเซีย (จีบีซี) ครั้งที่ 52 เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน กำหนดแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือ รักษาความสงบเรียบร้อย และเสถียรภาพในพื้นที่บริเวณชายแดน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและความร่วมมือที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการรับทราบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการระดับสูงที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสองประเทศหารือร่วมกัน

นอกจากนี้เป็นการรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค และรับทราบการดำเนินการตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกันในด้านความมั่นคง การขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ระหว่างกัน เช่น การลักลอบค้ามนุษย์ ยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อการร้ายสากล

เผยวงประชุมชื่นมื่นเอื้อคุยสันติสุข

พล.ท.บุญชู เกิดโชค เจ้ากรมกิจการชายแดน กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-มาเลเซียว่า เป็นการรับทราบผลการดำเนินการของคณะกรรมการระดับสูงที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดสองประเทศเป็นประธาน และผลการดำเนินการของคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมและการปฏิบัติการร่วมด้านการรักษาความมั่นคง ตลอดจนการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และสังคมตามแนวชายแดนสองประเทศ

รวมทั้งความก้าวหน้าจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ระหว่างกัน อาทิ ปัญหาลักลอบค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ และการก่อการร้ายสากล ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้จะนำมาซึ่งความเข้าใจที่ดี

"เป็นการพูดคุยถึงความร่วมมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยชายแดนของสองประเทศ อาจถือได้ว่าเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการเอื้ออำนวยในการพูดคุยสันติสุข ในฐานะมาเลเซียถือเป็นผู้อำนวยความสะดวก" พล.ท.บุญชู กล่าว

เขากล่าวด้วยว่า สำหรับเขตแดนยังเหลือที่ยังไม่ได้ปักปัน คือ หลักเขตที่ 69, 70 และ 72 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่า ทำให้ไม่มีผลในเรื่องของข้อขัดแย้ง สำหรับท่าทีของมาเลเซียในครั้งนี้ถือว่าดีมาก ซึ่งรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียได้เดินทางมาประชุมจีบีซีกับไทยเร็วกว่ากำหนดเดิม ซึ่งมาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนในเร็วๆ นี้ด้วย

คนส่งขนมเสียชีวิตเพิ่มอีก2ราย

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม.บุกยิงคนส่งขนมบริเวณหน้าร้านค้าริมถนนสายรือเสาะ-ตะโล๊ะหะลอ ช่วงบริเวณบ้านปูโป๊ะ หมู่ 2 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ช่วงเที่ยงวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นายสุทธิพงษ์ นรัฐกิจ พนักงานเก็บเงินเสียชีวิตคาที่

ส่วนนายจักรินทร์ แก่นแก้ว 21 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนที่บริเวณศีรษะ และนายสมชาย ปรึกษาดี 21 ปี ถูกยิงที่บริเวณใบหูและใบหน้าด้านขวาฉีกขาด ศีรษะบวม อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ล่าสุด วานนี้ (29 ม.ค.) มีรายงานว่า นายจักรินทร์ และนายสมชาย เสียชีวิตลงแล้วเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว โดยนางสาวอสมีเนาะ มะตุมิง เจ้าหน้าที่เยียวยา จ.นราธิวาส ได้จ้างเหมารถมูลนิธิกู้ภัยเมตตาธรรมทำการส่งศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด จ.สุรินทร์ โดยมีนายไพโรจน์ แก่นแก้ว บิดาของนายจักรินทร์ นายสมศักดิ์ ปรึกษาดี บิดาของนายสมชาย และนางแสงอรุณ ณ รัฐกิจ มารดานายสุทธิพงษ์ ได้ร่วมกันเดินทางมารับศพ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เยียวยา จ.นราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวจำนวนหนึ่งแก่ทายาทผู้เสียชีวิต

ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พอทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แล้ว คาดว่าเป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่เคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.รือเสาะ แต่ต้องรอให้พนักงานสอบสวนทยอยสอบปากคำพยานบุคคลที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนทำงานก่อน คาดว่าอีกสักระยะคงจะทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นใคร