เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ นัดเคลื่อนไหวใหญ่ปลายเดือนมกราคมนี้ ที่อำเภอสิเกา คาดมีผู้ร่วมไม่ต่ำกว่า5พันคน
นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ แกนนำเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารารายย่อยภาคใต้ 16 จังหวัด เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า หลังจากตนได้มีการต่อรองกับรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงสร้างความสุข เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงขอเลื่อนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ได้เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เนื่องจากรัฐบาลเองก็ไม่ได้ใยดีต่อความอดทนของชาวสวนยาง ทางเครือข่ายจึงได้มีมติจะเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 30 มกราคมนี้อย่างแน่นอน
โดยในครั้งนี้จะใช้พื้นที่บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดตรัง กระบี่ และนครศรีธรรมราช เป็นสถานที่เคลื่อนไหว โดยคาดว่าจะมีแกนนำเกษตรกรชาวสวนยาง ที่เคยชุมนุมปิดถนน ที่บริเวณควนหนองหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่แยกเขากอบ จังหวัดตรัง หรือจุดอื่นๆ ที่ผ่านมา รวมทั้งชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาตกต่ำ มาร่วมชุมนุมใหญ่จำนวนไม่ต่ำกว่า 5,000 คน ซึ่งขณะนี้ทางเครือข่ายอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลการเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้ช่วยเหลือชาวสวนยางได้รับความเป็นธรรม และจะต้องให้ผู้ที่มีอำนาจในรัฐบาลมาเป็นผู้รับข้อเสนอจากเกษตรกรเท่านั้น
ส่วนที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวว่า ราคายางจะพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 80 บาท คงเป็นไปได้เฉพาะยางแผ่นรมควันเท่านั้น แต่ทางเครือข่ายอยากจะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่ขายน้ำยางสดมากกว่า เพราะปัจจุบันยังมีผู้ที่นำมาผลิตเป็นยางแผ่น ประมาณ 10 % เท่านั้น ขณะที่ถ้าขายในรูปแบบน้ำยางสดจะถูกนายทุนเอาเปรียบอย่างมาก โดยกดราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 38-39 บาทเท่านั้น แต่เมื่อผลิตเป็นยางแผ่นแล้ว จะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 60-62 บาท ถือเป็นราคาที่แตกต่างกันมาก ดังนั้น พลเอกประวิตร จึงควรช่วยผลักดันให้ราคาน้ำยางสดอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท จึงจะทำให้ทางเครือข่ายยอมรับได้ว่า รัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจที่จะช่วยเหลือชาวสวนยางจริงๆ





