นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีโอกาส
หารือ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากีฬาของชาติ ตั้งแต่ระดับนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะการผลักดันให้ประเทศไทยจัดตั้ง "มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ" ซึ่งในหลักการนั้น รัฐบาลเห็นด้วยให้มีการจัดตั้ง แต่รูปแบบของการดำเนินงานจะยึดโครงสร้างจากสถาบันการพลศึกษา (สพล.) ซึ่งปัจจุบันมีการเรียนการสอนอยู่ 17 วิทยาเขตทั่วประเทศ รวมถึงโรงเรียนกีฬาอีก 11 แห่งเป็นฐานในการดำเนินงาน โดย “บิ๊กตู่” ต้องการให้มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ สามารถรองรับการผลิตบุคลากรด้านกีฬาได้อย่างแท้จริง และยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของโค้ช, ผู้ตัดสิน, นักกีฬา, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, นักบริหารการกีฬา เป็นต้น
นอกจากนี้ นางกอบกาญจน์ กล่าวได้ต่อว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันกีฬาของไทยในทุกมิติ อาทิ กีฬามวยไทย จะต้องบรรจุเข้าแข่งขันในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ให้ได้ ขณะที่ฟุตบอลกระทรวงจะสนับสนุนช่วยเหลือทุกวิถีทางเพื่อร่วมกันสานฝันพาฟุตบอลไทยไปสู่ระดับโลก ส่วนนโยบายในการยื่นเสนอตัวขอรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ อาทิ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ปี 2022 หรือ แนวคิดการให้อาเซียน เสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์นั้น ในหลักการประเทศไทยยินดีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมที่ดำเนินการโดยตรง เพราะต้องการนำการแข่งขันกีฬาระดับโลก มาจัดที่ประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นแนวทางของหลายชาติทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น เจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ มากขึ้นเป็นเท่าตัว
ขณะที่ นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเสริมว่า แนวทางในการจัดตั้ง "มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ" นั้น จะต้องใช้ สถาบันการพลศึกษา เป็นศูนย์กลาง และเลือกวิทยาเขตที่มีความพร้อมในการพัฒนาในเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอน รูปแบบการดำเนินการโดยจะใช้แนวทางเดียวกับชาติที่พัฒนาด้านกีฬาแล้วอย่าง สหรัฐอเมริกา และอีกหลายชาติในยุโรป เป็นแนวทาง โดยทั้งหมดนี้ต้องร่วมมือกับหน่วยงานด้านการศึกษา และกีฬาหลายๆ หน่วยงาน สภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ม.บูรพา, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นต้น





