"สตีวี่จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ประกาศอำลาถิ่น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แห่งพรีเมียร์ลีกแน่นอน หลังจบฤดูกาลนี้
พร้อมหว่านคำหวานเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิต ขณะที่สื่อผู้ดีทำนาย ย้ายไปเล่นกับในสหรัฐแน่ โดยเล็งไปที่ 3 ทีมยักษ์ใหญ่ แอลเอ แกแล็กซี, นิวยอร์ก เรด บูลล์ส และนิวยอร์ก ซิตี ส่วนศึกพรีเมียร์ลีก นัดประเดิมศักราชใหม่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงสิ้นท่า ถูก "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ไล่ถล่ม 5-3 ชูเซ มูรินโญ กุนซือโวยกรรมการซ้ำ
ในที่สุด "สตีวี่จี" สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ประกาศอำลาทีม เมื่อจากจบฤดูกาลนี้ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ เป็นเวลานานถึง 26 ปี หลังจากไม่สามารถตกลงสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรได้ และเหลือสัญญาอีกแค่ 6 เดือน ทำให้มีสิทธิจะไปเจรจากับทีมอื่นได้ โดยจะไปเล่นในประเทศอื่น ซึ่งมีทีมจากเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ 3 ทีม ประกอบด้วย แอลเอ แกแล็กซี, นิวยอร์ก เรด บูลล์ส และนิวยอร์ก ซิตี้ รวมทั้งยังทีมจากประเทศตะวันออกกลาง ที่สนใจอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้อยู่ด้วย
เจอร์ราร์ด ได้แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูลว่า ยังคงเล่นฟุตบอลต่อไป แม้ว่าจะไม่ยืนยันว่าจะไปเล่นกับทีมใด แต่บอกได้ว่าเป็นสโมสรที่ไม่ใช่จะมาเป็นคู่แข่งกับลิเวอร์พูล
"นี่เป็นช่วงเวลาน่าอึดอัดที่สุดในชีวิต ซึ่งผมและครอบครัวเจ็บปวดมาตลอด ผมเลือกประกาศตอนนี้ เพื่อให้ผู้จัดการทีม และเพื่อนๆ ไม่เสียสมาธิกับข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตของผม สโมสรลิเวอร์พูล เป็นส่วนสำคัญสุดของชีวิตของเราทุกคน และเป็นอยู่มายาวนาน การบอกลามันเป็นเรื่องลำบากใจมาก แต่ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งน่าจะเหมาะสมกว่า ทั้งครอบครัวของผม และสโมสรด้วย" เจอร์ราร์ด กล่าว
ขณะที่ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์ว่า เจอร์ราร์ด ยังไม่เลิกเล่นฟุตบอล และยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการไปเล่นในสโมสรใด แต่จะไปเล่นอยู่นอกสหราชอณาจักร เพื่อจะได้ไม่ต้องมาสู้กับลิเวอร์พูล
ส่วน เบรนแดน รอดเจอร์ส กุนซือทีมลิเวอร์พูล กล่าวว่า "เจอร์ราร์ด อยู่กับทีมมายาวนาน เป็นคนที่สมควรได้รับเกียรติอย่างสูงสุด และควรให้เวลาพิจารณาถึงเรื่องนี้ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนมาก คือผมรักที่จะทำงานกับสตีเวน เจอร์ราร์ด เพราะเขาคือสุดยอดผู้เล่นที่ยังเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก และผมสนุกทุกนาทีที่ได้ทำงานร่วมกับเขา"
สำหรับ เจอร์ราร์ด วัย 34 ปี มาอยู่ลิเวอร์พูล ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ในฐานะเด็กของศูนย์เยาวชน ก่อนที่จะขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ในปี 1998 ลงสนามนัดแรกเปลี่ยนตัวสำรองในเกมพบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ลงเล่นไปแล้ว 695 นัด ยิง 180 ประตู เคยได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, คอมมูนิตีชิลด์ 1 สมัย และยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย แต่ยังไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เข้าใกล้สุดคือรองแชมป์ 2 ครั้ง โดยเฉพาะฤดูกาลที่แล้ว ที่ไปพลาดใน 3 นัดสุดท้าย ติดทีมชาติอังกฤษ 114 ครั้ง ก่อนหน้านี้เคยได้รับการติดต่อจาก เชลซี แต่ปฏิเสธไปถึง 2 ครั้ง เพราะไม่อยากเล่นให้กับทีมอื่นในอังกฤษ ยกเว้น ลิเวอร์พูล
ด้านเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูง ต้องพบกับความพ่ายแพ้ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาล หลังบุกไปแพ้ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน แบบยับเยินถึง 3-5 ในศึกลอนดอนดาร์บีแมทช์ โดยเกมนี้แม้ เชลซี จะได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาที 18 จาก ดิเอโก คอสตา แต่เจ้าบ้านมายิงคืน 4 ลูกรวดจาก แฮร์รี เคน นาที 30, แดนนี โรส นาที 44, อันดรอส ทาวน์เซนด์ จุดโทษ นาที 45 และ แฮร์รี เคน อีกลูกในนาทีที่ 52
จากนั้นเชลซีมาไล่ 2-4 จาก เอดอง อาซาร์ด นาทีที่ 61 แต่เจ้าถิ่นมายิงลูกที่ 5 ได้จาก นาเซอร์ ชาดลี นาทีที่ 78 และก่อนหมดเวลา 3 นาที จอห์น เทอร์รี มายิงให้เชลซีไล่ 3-5 แต่ไม่ทัน จบเกม เชลซี เตะ 20 นัด มี 46 แต้มเท่าเดิม และแม้จะยังนำจ่าฝูง แต่มีคะแนนทุกอย่างเท่ากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี จึงต้องนำจ่าฝูงร่วมกัน โดยที่ ซิตี เปิดบ้านเฉือนชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 3-2 โดย แมนฯ ซิตี ได้ประตูจาก ยายา ตูเร นาทีที่ 57, สเตฟาน โยเวติช นาทีที่ 66, แฟรงค์ แลมพาร์ด นาทีที่ 73 ส่วนทีมเยือนได้จาก แจ็ค รอดเวลล์ นาทีที่ 68 กับ อดัม จอห์นสัน นาทีที่ 71
หลังการแข่งขัน ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเชลซี ยังออกมาโทษเรื่องการตัดสินของผู้ตัดสินตามสไตล์เหมือนเดิม โดยบอกว่ากรรมการ ฟิล ดาวน์ ไม่ทันเกมเพราะช้าในเรื่องความฟิต ทำให้มีการตัดสินผิดพลาด
"มันชัดเจนที่ 20 เกมในลีก เราเป็นทีมที่บุกมากที่สุด ทีมที่มีนักเตะสร้างสรรค์เกมรุกมากที่สุด แต่เราได้แค่ 2 จุดโทษจาก 20 นัด ผมจึงคิดว่าผู้คนที่รักฟุตบอลในประเทศยี้ ต้องรัก เอดอง อาซาร์ด เขามักจะถูกคู่ต่อสู้ทำร้าย และไม่ได้รับการปกป้องจากผู้ตัดสิน บางทีวันหนึ่งเราคงไม่มี เอดอง อาซาร์ดแล้ว มีการฟาวล์แรงๆ ใส่เขาเป็น 10 ครั้ง นั่นคือปัญหา" มูรินโญกล่าว
ส่วน มานูเอล เปเยกรินี กุนซือแมนฯ ซิตี พูดถึงการเฉือนชนะ ซันเดอร์แลนด์ ว่าเป็นเพราะความยอดเยี่ยมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตัวสำรองที่ลงมายิงประตูชัย และรูปเกมโดยรวมก็ถือว่าทำได้ดี แม้จะมีความผิดพลาดอยู่บ้างก็ตาม
"ผมคิดว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นผู้เล่นที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในกรณีที่คุณต้องการประตู แต่เราเล่นได้ดีมากทั้ง 90 นาที เราเคลื่อนบอลได้ดี และมีความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวที่เสียประตูที่สองจากลูกจุดโทษ" เปเยกรินีกล่าว
ด้าน หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ไปเสมอ "ช่างปั้นหม้อ" สโตค 1-1 โดย ไรอัน ชอว์ครอสส์ ยิงให้เจ้าถิ่นนำก่อนนาทีที่ 2 ก่อน ราดาเมล ฟัลกัล ตีเสมอให้ทีมนาทีที่ 26 ยอมรับว่าการที่ทีมได้ 1 แต้มกลับออกจากถิ่นบริทานเนีย ถือว่าเป็นเรื่องน่าพอใจมากแล้ว เนื่องจากทีมเล่นกันไม่ดีและน่าจะเป็นผู้แพ้
ขณะที่ มาร์ค ฮิวจ์ส ผู้จัดการทีมสโตค มองว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่ได้เพียงแค่แต้มเดียวในนัดนี้ เพราะลูกทีมสามารถสร้างโอกาสได้มากกว่า รวมทั้งยังมีโอกาสได้ลูกจุดโทษจากการแฮนด์บอลของ คริส สมอลลิง อีกด้วย
ส่วนผลคู่อื่น แอสตัน วิลลา เสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0, ฮัลล์ ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0, ลิเวอร์พูล เสมอ เลสเตอร์ 2-2, นิวคาสเซิล เสมอ เบิร์นลีย์ 3-3,
ควีนส์ปาร์ค เสมอ สวอนซี 1-1, เซาแธมป์ตัน ชนะ อาร์เซนอล 2-0, เวสต์แฮม เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 สรุปอันดับคะแนน เชลซี กับ แมนฯ ซิตี นำเป็นจ่าฝูงร่วมกัน 20 นัด มี 46 แต้ม อันดับ 3.แมนฯ ยูไนเต็ด 37 แต้ม 4.เซาแธมป์ตัน 36 แต้ม 5.สเปอร์ส 34 แต้ม





