ทัพนักเตะ ทีมชาติไทย ชุดแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014" ยังคงมีโปรแกรมเดินสายตลอดทั้งวัน
โดยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย นำลูกทีมไปที่ตึกสามารถ แจ้งวัฒนะ ของ บ.สามารถ คอร์ปอเรชัน ที่เลี้ยงฉลองความสำเร็จพร้อมมอบเงินอัดฉีดจำนวน 2 ล้านบาท นอกจากนั้นได้มอบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอ-โมบาย รุ่นไอคิวเอ็กซ์ ออซซี่ ให้กับทุกคนรวมเป็นจำนวนเงิน 297,000 บาท ส่วนทีมชาติไทยได้มอบลูกฟุตบอล และชุดแข่งขันพร้อมลายเซ็นนักเตะครบทีมให้กับ บมจ.สามารถฯ เป็นการตอบแทน
จากนั้นไปศูนย์การค้าสยาม พารากอน เพื่อรับเงินอัดฉีดอีก 1 ล้านบาท จาก บ.สยามพิวรรธน์ ต่อด้วย นสพ.เดลินิวส์ และปิดท้ายที่ ร.ร.โกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอรีน เพื่อรับเงินรางวัลและอัดฉีดจาก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บ.โหลทอง โฮลดิ้ง จำกัด รวม 25 ล้านบาท ทำให้ตอนนี้นักเตะทั้งหมดได้รับเงินอัดฉีดรวม 28 ล้านบาท จากทั้งหมด 36 ล้านบาท
สำหรับการจัดสรรเงินอัดฉีดในส่วนของ สมาคมฟุตบอลฯ และ บ.โหลทองฯ จำนวน 25 ล้านบาท ได้มีการแบ่งเรียบร้อยแล้ว โดยนักเตะจำนวน 22 คน ได้รับคนละ 900,000 บาท รวม 19.8 ล้านบาท และอีก 5.2 ล้าน บาท เป็นของทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชที่มอบหมายให้ "ซิโก้" เป็นคนจัดสรร อย่างไรก็ตามเงินในส่วนขององค์กรต่างๆ ที่ได้รับแล้วและยังไม่ได้รับ จะมีการประชุมทีมเพื่อจัดสรรกันอีกครั้ง ทำให้คาดว่านักเตะจะได้รับเงินอัดฉีดจากการเป็นแชมป์มากกว่าคนละ 1 ล้านบาทแน่นอน
นอกจากนั้นมีรายงานด้วยว่า "บิ๊กตู่" ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมให้เงินรางวัลอีก 5 ล้านบาทกับทีม "ช้างศึก" และจะมีการเจรจากับองค์กรต่างๆ เพื่อให้เข้ามร่วมสนับสนุนเงินรางวัลด้วย และจะเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อฉลองความสำเร็จให้นักเตะไทยที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 ธ.ค. เวลา 11.00 น.
"ซิโก้" กล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีของนักฟุตบอลที่จะเก็บไว้ในความทรงจำซึ่งมีแฟนบอลมากมายคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด ส่วนปี 2015 จะมีศึกใหญ่ถึงหลายรายการที่ ทีมชาติไทย จำเป็นต้องรักษามาตรฐานเพื่อรักษาศรัทธาของแฟนบอล
"ส่วนฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชียนั้น ตอนนี้คงเร็วเกินไปที่จะคิดถึงฟุตบอลโลก แต่จะขอเวลาอีก 5-6 ปี เพื่อให้เด็กชุดนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปจนช่วงอายุ 27-28 ปี ก็น่าจะมีความแข็งแกร่งกำลังดี จึงอยากจะฝากให้แฟนบอลช่วยกันติดตามต่อไปอีกหลังจากนี้ด้วย"
ขณะที่ฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในปี 2016 อาจเป็นงานยากของ ทีมชาติไทย เมื่อการประชุมของ เอเอฟเอฟ ล่าสุดระบุว่า ออสเตรเลีย ที่ เอเอฟซี รับรองให้เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ชาติที่ 12 ของอาเซียน แสดงความสนใจที่จะส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันด้วย อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลีย อาจจะไม่ใช้ทีมชาติชุดใหญ่ โดยใช้ทีมชุดเยาวชน อายุ 21 หรือ อายุ 23 หรือ ทีมชาติที่ใช้เฉพาะนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศลงแข่งขัน แต่ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวยังต้องรอการยืนยันจาก สมาคมฟุตบอลออสเตรเลีย ต่อไป





