แพทย์เผยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงตื่นบรรทมเองเพื่อทอดพระเนตร ทีมชาติไทย ดวล มาเลเซีย
ก่อนมีรับสั่งให้ราชเลขาโทร. ไปพระราชทานกำลังใจกับทีมฟุตบอล “ช้างศึก” และรับสั่งว่า "เราติดตามฟุตบอลอยู่ ขอส่งกำลังใจไปให้" ทำเอาแข้งไทยปลื้มปีติไปตามๆ กัน ขณะที่ยอดเงินอัดฉีดทะลุถึง 36 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่ได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทย นำลูกทีมไปออกรายการทีวีรายการต่างๆ โดยในส่วนของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้มอบเงินอัดฉีดให้นักเตะอีก 1 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมเงินอัดฉีดเวลานี้ทะลุถึง 36 ล้านบาทแล้ว แบ่งเป็นสมาคมฟุตบอล และ บ.โหลทองฯ รวม 25 ล้านบาท, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเกณฑ์เดียวกับอัดฉีดซีเกมส์รวม 7 ล้านบาท, สยามพารากอน 1 ล้านบาท, บ.สามารถ คอร์ปอเรชัน 2 ล้านบาท และล่าสุดช่อง 7 จำนวน 1 ล้านบาท
รายงานแจ้งว่าในช่วงเวลา 10.00 น. ทัพนักฟุตบอลทีมชาติไทย ได้เดินทางไปถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ รพ.ศิริราช ท่ามกลางประชาชนหลายพันคน ซึ่ง “ซิโก้” เปิดเผยว่าตนเองและนักฟุตบอลทุกคนรู้สึกปลื้มปีติที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรวงพระราชทานกำลังใจ ทำให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะนำแชมป์กลับมาประเทศไทยให้ได้
ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงติดตามและทรงใส่พระราชหฤทัยทีมฟุตบอล ทีมชาติไทย ที่ทำการแข่งขันศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 โดยเฉพาะนัดชิงชนะเลิศ นัด 2
“เกมแรกที่ประเทศไทย พระองค์ท่านทรงติดตามทอดพระเนตรการถ่ายทอดสด เพียงครึ่งหลังครึ่งเดียว จากนั้นนัดที่ 2 ทีมแพทย์ได้กราบบังคมทูลว่าจะมีแข่งในเวลา 19.00 น. ซึ่งท่านบรรทมไปช่วงหนึ่ง และทรงตื่นบรรทมเองในช่วง 19.00 น. ก่อนทรงรับสั่งให้เปิดทีวีเพื่อจะทอดพระเนตร ทีมชาติไทย ลงแข่งขัน โดยระหว่างที่ทอดพระเนตรอยู่นั้น ทันทีที่จบครึ่งแรกและ ไทย ตาม 0-2 ท่านทรงรับสั่งให้รองราชเลขาธิการโทรศัพท์ไปที่ผู้จัดการทีม (เกษม จริยวัฒน์วงศ์) และรับสั่งว่า "เราติดตามฟุตบอลอยู่ ขอส่งกำลังใจไปให้" ซึ่งท่านทรงรับสั่งแบบนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ท่านทรงห่วงใยว่าเราเหมือนจะเพลี่ยงพล้ำ จึงได้พระราชทานกำลังใจ และพอครึ่งหลังแม้เราจะถูกนำไป 3-0 แต่พวกเราก็ฟอร์มดีขึ้น จนกระทั่งได้ประตูที่ต้องการก่อนแพ้ 2-3 ทว่าคว้าแชมป์ได้สำเร็จ” ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าว
พร้อมกันนี้ นพ.อุดม ยังกล่าวต่อว่าหลังจากทีมชาติไทย ขึ้นรับถ้วยแชมป์แล้ว พระองค์ทรงนั่งเงียบๆ และทรงยิ้มพร้อมตรัสสั้นๆ ว่า เยี่ยม”
แพทย์ผู้ถวายงานในหลวง เผยต่อว่า ส่วนเรื่องพระสุขภาพพระองค์ท่านก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ตอนที่เสด็จฯ เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ไม่ได้เป็นอะไรที่รุนแรง แต่เป็นช่วงหลังพักฟื้นจากการติดเชื้อ ที่ต้องการการฟื้นตัว การที่คนไทยมาถวายพระพรในหลวงที่ศิริราช ถือเป็นการส่งกำลังใจแด่ในหลวงได้อย่างดียิ่ง ต้องขอบคุณทุกคนที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และห่วงใยในพระสุขภาพของพระองค์ท่าน





