"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี เตรียมขนนักเตะชุดใหญ่ลงสนามหวังเอาชนะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในศึกลูกหนังยูฟ่า
แชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อต่อชีวิตลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์ ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี บุกรัง ชาลเก ถ้าชนะได้แชมป์กลุ่มทันที
ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ของกลุ่ม อี-เอช เป็นการเล่นนัดที่ 5 ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ ในกลุ่ม อี "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่มมีแค่ 2 แต้ม เปิดอิติฮัด สเตเดี้ยม พบกับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี จ่าฝูงของกลุ่ม ที่ชนะรวด มี 12 แต้ม ได้แชมป์กลุ่มไปแล้ว เริ่มเตะเวลา 02.45 น. นัดนี้ มานูเอล เปลเยกรินี กุนซือเจ้าถิ่น เตรียมขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม โดยที่ บาการี ซานญา จะกลับมาเล่นแบ็กขวา ขณะที่ แฟร์นันดินโญ ที่ได้พัก จะกลับมายืนแดนกลาง เพื่อช่วยทำเกมกับ ยายา ตูเร และซามีร์ นาสรี ส่วนกองหน้ายังเป็น เซร์คิโอ อาเกโร กับ สเตวาน โยเวติช เนื่องจาก เอดิน เชโก ยังไม่ฟิต
ขณะที่ทีมเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ไร้ปัญหานักเตะบาดเจ็บ น่าจะใช้นักเตะตัวหลักเดิมๆ ทั้ง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์, ฟรองก์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ลงสนาม
ในกลุ่ม จี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะบุกไปเยือน ชาลเก ทีมจากบุนเดสลีกา เยอรมนี เวลา 02.45 น. เชลซี เป็นจ่าฝูงมีอยู่ 8 แต้ม ขณะที่ ชาลเก เป็นรองจ่าฝูงมี 5 แต้ม หากทีมเยือนบุกมาชนะได้จะคว้าแชมป์กลุ่มทันที โดย ชูเซ มูรินโญ น่าจะใช้ชุดเดิมจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ เวสต์บรอมวิช 2-0 ได้แก่ จอห์น เทอร์รี, เชส ฟาเบรกาส, ออสการ์ และดิเอโก คอสตา ด้านเจ้าถิ่นของกุนซือ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ อดีตนายใหญ่ ที่เคยพา เชลซี คว้าแชมป์รายการนี้ ทำให้ ยังส่งแข้งหลักอย่าง เบเนดิคท์ โฮเวเดส, เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง, มักซิม ชูโป โมติง และ คลาสยาน ฮุนเตลาร์ ลงสนามเป็นตัวจริง
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย) พบ โรมา (อิตาลี), สปอร์ติง (โปรตุเกส) พบ มาริบอร์ (สโลวีเนีย), อาโปเอล นิโคเซีย (ไซปรัส) พบ บาร์เซโลนา (สเปน), ปารีส แซงต์แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) พบ อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์), บาเต (เบลารุส) พบ ปอร์โต (โปรตุเกส), ชัคเตอร์ (ยูเครน) พบ แอธเลติก บิลเบา (สเปน)
ด้าน ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล บุกแพ้ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ 1-3 แม้ทีมเยือนจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ริกกี้ แลมเบิร์ต ตั้งแต่นาที 2 แต่เจ้าบ้านสามารถยิงแซงได้ 3 ลูกรวดจาก ดไวท์ เกย์ล นาที 17, โจ เลดลีย์ นาที 78 และ ไมล์ เยดินัค นาที 81 ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส บุกยิงแซงชนะ "เสือลาย" ฮัลล์ 2-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก เจค ลิเวอร์มอร์ นาที 8 แต่ทีมเยือนพลิกกลับมายิงได้ 2 ลูกรวดจาก แฮร์รี เคน นาที 61 และ คริสเตียน อิริคเซน นาที 90





