นักเตะทีมชาติไทยกลับกรุงเทพ หลังเก็บตัวอุ่นเครื่องเสร็จสิ้น ก่อนลัดฟ้าสู่สิงคโปร์ วันที่ 21 พ.ย. "ซิโก้"
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชมั่นใจมีลุ้นแชมป์แม้เป็นรองเรื่องกระดูก แต่หัวใจเกินร้อยเปอร์เซนต์ ยกนักเตะชุดนี้คือ "ดรีมทีม" ชุดใหม่ ที่จะขึ้นมาทำผลงานในวงการรฟุตบอลไทย ส่วนสัญญาพร้อมเซ็นกับสมาคมฟุตบอลทุกเมื่อ หากเป็นไปตามที่คุยกันไว้
ความเคลื่อนไหว ทีมชาติไทย ชุดลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014" รอบแรกร่วมกลุ่ม "เจ้าภาพ" สิงคโปร์, มาเลเซีย และ เมียนมาร์ โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้ปล่อยนักเตะพักผ่อน หลังเสร็จสิ้นการเก็บตัวที่ จ.นครราชสีมา ก่อนกลับมารวมตัวอีกครั้งในช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่ โรงแรมเอสซีปาร์ค จากนั้นวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น. ลงซ้อมสนามหญ้าเทียมลีโอสเตเดี้ยม และเดินทางไปสิงคโปร์ เช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน
"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวถึงนักเตะชุดนี้ ซึ่งตัดตัวเหลือ 22 คน เรียบร้อยแล้วว่า ยอมรับว่าเรื่องกระดูก อาจเป็นรองนักเตะชุดใหญ่ แต่เรื่องของหัวจิตหัวใจเกิน 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน นับจากที่ไทยได้แชมป์อาเซียน ครั้งสุดท้ายซึ่งตนร่วมทีมอยู่ด้วย เมื่อ 12 ปี ก่อน สภาพของทีมชาติไทยมีแต่ทรงกับทรุด การใช้นักเตะชุดนี้จึงเหมือนก้าวสู่ยุคใหม่ ต้องขอชื่นชมนักเตะแต่ละคนที่ปรับตัวเข้าระบบได้อย่างดี และได้ย้ำกับนักเตะตลอดเวลาว่า ทีมไทยไปข่งขันหนนี้ จะใช้วิธีวิ่งสู้ฟัด ทีมชาติไทยชุดนี้เปรียบเหมือนชุดดรีมทีมอันโด่งดังในอดีต เป็นดรีมทีมชุดใหม่ ที่จะขึ้นมาทำผลงานให้ฟุตบอลไทย
"วันนี้เราหวังจะคว้าแชมป์กลับมา แต่ก็ไม่หลอกตัวเอง ผมไม่สามารถการันตีว่าจะได้แชมป์ แต่การันตีว่านักเตะสู้เต็มที่แน่นอน ไทยเก็บตัวแค่ 2 สัปดาห์ ขณะที่ชาติอื่นซ้อมมากกว่า หากเราได้แชมป์จะเป็นเรื่องสุดยอดมาก" ซิโก้ กล่าว
"โค้ชซิโก้" ยังกล่าวถึงการเซ็นสัญญาคุมทีมชาติไทยกับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ด้วยว่า ส่วนตัวแล้วพร้อมและยินดีเซ็นสัญญาทุกที่ทุกเวลา หากว่าสัญญานั้นเป็นไปตามหลักการ และที่พูดคุยกันไว้ก่อนหน้า
ด้าน "กาเซม" เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีม กล่าวว่า ได้ติดตามข้อมูลทีมสิงคโปร์มาตลอด และเป็นเรื่องดีที่ไม่มีนักเตะโอนสัญชาติ ขณะเดียวกัน ในเรื่องที่ต้องเล่นสนามหญ้าเทียม "จาลัน เบซาร์ สเตเดี้ยม" 2 นัด กับ มาเลเซีย 26 พฤศจิกายน และ เมียนมาร์ 29 พฤศจิกายน เจ้าภาพได้อนุญาตให้ไทย ได้ซ้อมสนามแห่งนี้แล้ว 1 ครั้ง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ขณะเดียวกัน ทราบว่าจะมีแฟนบอลจากไทยเดินทางไปเชียร์ 200-300 คน รวมกับที่อยู่ที่สิงคโปร์ น่าจะมีราว 500 คน ต้องขอขอบคุณทุกคน และฝากแฟนบอลในไทย ส่งกำลังใจไปเชียร์ร่วมกันด้วย





