ธานี เรืองศรี และวินัย ทองลาย กระชากแชมป์ฟุตวอลเลย์เอเชี่ยนบีชเกมส์ หน 4 ที่ภูเก็ต สำเร็จ
หลังช่วยกันสอยอิหร่านร่วง 2 เซตรวด ยุติการรอคอยแชมป์ของทั้งคู่ในรอบ 11 ปี ขณะที่ “เงือกเบญ” เบญจพร ศรีพนมธร ฮึดเต็มที่ก่อนคว้าอันดับ 2 ว่ายน้ำมาราธอน 5 กม. ขณะที่ ปฏิพัทธ์ วันทาวงษ์ ซิวทองแดงมวยปล้ำชาย
การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน มีชิง 12 เหรียญทอง โดยไฮไลท์ของทัพไทยอยู่ที่ฟุตวอลเลย์ ชิง 1 ทอง โดยช่วงเช้าเป็นรอบรองชนะเลิศ ทีมไทย ได้แก่ ธานี เรืองศรี และวินัย ทองลาย เอาชนะทีมมาเลเซีย 2-0 เซต 18-5, 18-2 เข้าชิงชนะเลิศในช่วงบ่ายกับทีมอิหร่าน ฮาเหม็ด ชาดาน และ มาจิด ซัลมานี ที่ตัดเชือกชนะยูเออี 2-0 เซต 18-10, 18-12 ปรากฏว่า สองหนุ่มไทยโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม เอาชนะ 2 เซตรวด 18-8, 18-11 คว้าเหรียญมาครองได้สำเร็จ
นางพรสรร กำลังเอก นายกสมาคมฟุตวอลเลย์ เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิกไทยที่บรรจุกีฬานี้ลงในเอเชี่ยนบีชเกมส์ และผลงานก็เป็นไปตามเป้าหมาย จากนี้ตั้งใจจะส่งเสริมฟุตวอลเลย์เพราะนักกีฬาไทยเก่งมาก ในอนาคตอยากให้บรรจุในกีฬาแห่งชาติ รวมถึงซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์ สำหรับเอเชี่ยนบีชเกมส์ครั้งต่อไปที่เวียดนาม ต้องรอดูเจ้าภาพจะว่าอย่างไร แต่ในการแข่งขันครั้งที่ 6 ที่ประเทศอินเดียนั้น เจ้าภาพยืนยันว่าจะจัดแน่นอน
วินัย และธานี กล่าวว่า ดีใจที่คว้าเหรียญทอง สร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้ เป็นแชมป์ที่รอมานานถึง 11 ปี และเป็นแชมป์นานาชาติรายการแรก หลังจากนี้อยากให้มีการพัฒนาและผลักดันกีฬาฟุตวอลเลย์ในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากเป็นกีฬาที่ไทยทำผลงานได้ดี และมีโอกาสคว้าเหรียญในมหกรรมกีฬาได้
ด้านการชิงชัยที่เหลือ ผลงานของนักกีฬาไทย มีดังนี้ ว่ายน้ำมาราธอน ระยะ 5 กม. ชิง 2 ทอง หญิง “เงือกเบญ” เบญจพร ศรีพนมธร สาวไทยวัย 19 ปี คว้าเหรียญเงิน เวลา 59.52.5 นาที เหรียญทองเป็นของ ชื่อ หยู (จีน) 59.49.3 นาที ขณะที่ “จีน่า” สาริศา สุวรรณเชษฐ์ สาวไทยอีกรายเข้าที่ 4 เวลา 1.00.04 ชม. ส่วนฝ่ายชาย พีระพัฒน์ เลิศสถาพรสุข เข้าอันดับ 8 เวลา 1.02.47 ชม. ด้าน เจียรพงษ์ สังขะวัตร์ ต้องออกจากการแข่งขันเนื่องจากชุดรัดแน่นเกินไปทำให้ว่ายต่อไม่ไหว ขณะที่เหรียญทองคือ วิทาลีย์ คูดรายคอฟ (คาซัคสถาน) 58.39.5 นาที
“เงือกเบญ” กล่าวว่า ลงซ้อมสนามจริงได้ไม่นาน จึงพอใจแล้วกับผลงานที่ได้ หลังจากนี้จะเตรียมแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ที่ จ.นครราชสีมา เพราะสมาคมว่ายน้ำกำหนดให้เป็นรายการคัดเลือกไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ เดือน มิ.ย.ปีหน้า
มวยปล้ำ ชิง 2 ทอง ฟรีสไตล์ 50 กก.หญิง มะลิวัลย์ ม่วงป๋อ ได้อันดับ 4 หลังจากลงแข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อจัดอันดับ ปรากฏว่า สาวไทยชนะ 3 แพ้ 2 นัด ขณะที่เหรียญทองเป็นของ ฮิคารุ โอโนะ (ญี่ปุ่น), ฟรีสไตล์ 70 กก.ชาย ปฏิพัทธ์ วันทาวงษ์ รอบแรก นัดแรกชนะคีร์กีซสถาน 2-0 นัดสองชนะฟิลิปปินส์ 2-1 นัดสามชนะเวียดนาม 2-0 ได้เข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งพ่าย อับดุลราห์มาน อิบราฮิม จากกาตาร์ 0-2 ได้เหรียญทองแดงมาครอง ขณะที่เหรียญทองคือ นูร์ลาน เบคซานอฟ จากคาซัคสถาน
ฟุตบอลชายหาด รอบแรก ไทยประเดิมกับกาตาร์ เกมนี้ไทยส่ง คมกริช ณะน่าน, วิฑูรย์ ถาพินนา, ปิยะพงษ์ สองผิว เป็นตัวทีเด็ด โดยควอเตอร์แรกไทยขึ้นนำก่อนจาก วิฑูรย์ นาที 3 ให้ทีมนำ 1-0 ควอเตอร์สอง กาตาร์บุกมากขึ้นจนประสบความสำเร็จจาก อาเหม็ด อาลิ อัลชารู นาที 22 ไล่มา 1-1 และควอเตอร์สุดท้าย ทีมไทยเดินเครื่องบุกมากยิ่งขึ้นและใช้ความสามารถเฉพาะตัวที่ดี ก่อนยิงรวดเดียว 4 เม็ดจาก คมกริช นาที 25, นาที 26 ปิยะพงษ์ นาที 27 และวิฑูรย์ นาที 29 จบเกม ไทยถล่มกาตาร์ 5-1 รอเล่นนัดสองกับคูเวตต่อไป
บาสเกตบอล รอบแรกพบกันหมด ทีมหญิง ไทยลงเล่นนัดแรกพ่ายไต้หวัน 14-16 ด้านทีมชายคว้า 2 นัดรวด ชนะมองโกเลีย 14-12 ชนะจีน 21-15 โดย "เฮียต่าย" นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร ผู้จัดการทีมชาย กล่าวว่า ชัยชนะดังกล่าวทำให้ไทยมีโอกาสเป็นที่ 1 ของสาย หากนัดต่อไปชนะอินเดีย จากเดิมที่หวังว่าจะเข้าตัดเชือก ก็น่าจะได้ลุ้นเหรียญ ส่วนตัวเตรียมอัดฉีดให้ทีมชายแล้ว หากได้เหรียญทอง รับ 1 ล้านบาท เหรียญเงิน 5 แสนบาท และ เหรียญทองแดง 3 แสนบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ





