วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฎีกาสั่งจำคุกตร.16ปี เหตุยัดยาบ้ารองผบ.เรือนจำ

ศาลฎีกาสั่งจำคุกตร.16ปี เหตุยัดยาบ้ารองผบ.เรือนจำ หลังต่อสู้ยาวนาน8ปี คู่กรณียังคงหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา

ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 17 ศาลอาญาจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำตัดสินของศาลฏีกา ในคดีดำ ที่ 1550/2549 คดีแดง ที่ 177/2552 โดยมีพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง มี ส.ต.อ.มนูญ เจริญมิตรสกุล อดีตตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 เป็นจำเลย ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษและมีนายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 และรองผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน เป็นโจทก์ร่วมฟ้องได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษา แต่ปรากฏว่า ส.ต.อ.มนูญ ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาดังกล่าว

นายจิรพันธ์ ภาวะสุทธิ อดีตเจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 และรองผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2548 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกันจับกุมนายจิรพันธ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่บริหารงานอบรมและฝึกวิชาชีพ 7 และรองผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดลำพูน พร้อมของยาบ้าจำนวน 176 เม็ด ที่ค้นพบบริเวณภายในฝาครอบล้อรถยนต์ด้านหลังซ้าย รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ป-6774 ลำพูน ที่บริเวณลานจอดรถยนต์หน้างานแสดงนิทรรศการสินค้าราชทัณฑ์ ตลาดคำเที่ยง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แต่หลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่พบพิรุธหลายประการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง จนพบว่ามีการวางแผนจงใจกลั่นแกล้งนายจิรพันธ์

จากหลักฐานลายนิ้วมือบนยาบ้าที่พบกลับปรากฏกลับไม่พบลายนิ้วมือของนายจิรพันธ์ แต่ปรากฏเป็นลายนิ้วมือของ ส.ต.อ.มนูญ ทำให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สั่งรวบรวมหลักฐานที่แน่ชัดว่า ส.ต.อ.มนูญ กระทำผิดจริง จึงเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับ ส.ต.อ.มนูญ ในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย, แจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดทางอาญาแก่พนักงานสอบสวน ซึ่งทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย การแจ้งดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่า มีความผิดอาญาอย่างใดเกิดขึ้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2549 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้เข้าจับกุม ส.ต.อ.มนูญได้ที่บ้านพัก พร้อมอาวุธปืนเถื่อน และทางผู้บังคับบัญชาได้ให้ ส.ต.อ.มนูญ ออกจากราชการตั้งแต่วันนั้นพร้อมนำตัวส่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2549 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนเถื่อน และศาลตัดสินสั่งจำคุก 1 ปี 5 เดือน ปรับ 7,000 บาท รับสารภาพศาลลดโทษเหลือ 9 เดือน ปรับ 7,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และศาลให้ประกันตัว

จากน้้นในวันที่ 7 ก.พ.2550 ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง ส่งเรื่องให้อัยการจังหวัดเชียงใหม่ และอัยการสั่งไม่ฟ้อง และให้พ้นมลทิน ต่อมาอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งฟ้อง ส.ต.อ.มนูญ ในคดีพร้อมสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ในวันที่ 6 พ.ย. 2550 จนกระทั่งวันที่ 20 ม.ค. 52 ศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องและให้ริบยาบ้าของกลาง และในเวลาต่อมาอัยการจังหวัดเชียงใหม่และนายจิรพันธ์ ซึ่งเป็นโจทก์ร่วม ได้ร่วมกันยื่นอุทธรณ์ต่อศาล จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.2552 จนกระทั่งศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ม.ค.2554 ผลปรากฏว่า ศาลอุทธรณ์ ตัดสินให้จำคุก ส.ต.อ.มนูญ 24 ปี ปรับ 1.2 ล้านบาท ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 16 ปี ปรับ 8 แสนบาท หลังจากนั้น จำเลยได้ยื่นฎีกาต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 เม.ย.2554 จนกระทั่งศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 3 ก.ย. 2557 ผลปรากกว่า ส.ต.อ.มนูญ จำเลยไม่ได้มาตามนัด ศาลจึงออกหมายจับจำเลยและให้ยึดเงินประกันจำนวน 6 แสนบาท และให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลังมาเป็นวันนี้( 31 ต.ค.)

นายจิรพันธ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้มานั่งฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะได้ต่อสู้ในคดีนี้มายาวนานถึง 8 ปีกว่า และตอนนี้ตนก็พ้นมลทินอย่างสมบูรณ์แล้ว และตนก็ปลดเกษียณแล้ว ส่วนการพิพากษาของศาลฎีกานั้น ส.ต.อ.มนูญ จากคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นั้นมีโทษจำคุก 16 ปี แต่ขณะนี้ทางศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษายืนจากคำพิพาษาของศาลอุทธรณ์ ส่วนตนนั้นตอนนี้ถือว่าโล่งอก โล่งใจ หมดแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตนเป็นผู้บริสุทธิ์จากคดีนี้แล้ว