ชาวบ้านหอย ศรีสะเกษ กว่า 500 คน รวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาสวัด หลังพบว่าเงินส่วนหนึ่งจาการบริจาคเข้าวัดหาย
ที่วัดบ้านหอย ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โดยชาวบ้านกว่า 500 คน รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อพระราชกิตติรังสี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอให้พิจารณาสอบสวนและขับไล่เจ้าอาวาสวัดบ้านหอย ต่อหน้าที่ประชุมสงฆ์ และชาวบ้านที่เข้าร่วมรับฟัง หลังชาวบ้านตรวจสอบพบว่า เจ้าอาวาสวัดบ้านหอย ประพฤติตัวไม่เหมาะสมในเรื่องการบริหารจัดการภายในวัดรวมทั้งเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ และเงินรับบริจาค โดยชาวบ้านพบว่ามีเงินส่วนหนึ่งได้หายออกไปจากวัด
นายสมชัย ศิลาโชติ แกนนำชาวบ้าน บอกว่า พระใบฎีกาทวีธรรมปาโร ได้กระทำการบริหารจัดการเรื่องการเงินแต่เพียงผู้เดียวภายในวัด ซึ่งหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อ 7 ปีก่อน ก็ไม่เคยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัดแม้แต่คนเดียว ทำให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเรื่องการเบิกจ่ายเงิน อยู่ที่เจ้าอาวาสแต่เพียงผู้เดียว
สอบถามชาวบ้านทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้กว่า500 คน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของชาวบ้านทั้งหมด เนื่องจากชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งติดภารกิจ ทราบว่าต้องการขับไล่เจ้าอาวาสให้พ้นออกจากวัดทันที ต่อหน้าคณะกรรมการสงฆ์ และเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย บอกว่า ข้อหาทั้งหมดที่เจ้าอาวาสคนนี้กระทำขึ้น ชาวบ้านต่างให้อภัยมาตลอด และให้โอกาสมาโดยตลอดเพื่อการปรับปรุงตัว แต่จนถึงขณะนี้พฤติกรรมการเบิกจ่าย การใช้เงินยังเป็นแบบคนเดียวเด็ดขาด ซึ่งได้สรุปออกมาเป็นข้อเรียกร้องดังนี้
1.เรื่องทุจริตในการซื้อที่ดินเข้าวัดโดยเจ้าอาวาสได้แจกซองรับบริจาคแต่ก็ไม่ได้ซื้อที่ดินเข้าวัดตามความประสงค์ของชาวบ้านแต่อย่างใด 2. เรื่องการจัดทำกฐิน ชาวบ้านได้จองกฐินเพื่อจัดทำเป็น กฐิน ส่วนตัวไว้ แต่ทาง เจ้าอาวาสก็ได้แจกจ่ายซองขอรับบริจาคเป็นกฐินสามัคคี
โดยเจ้าอาวาสแจ้งความประสงค์ว่า เพื่อหาเงินเข้าวัดในการจัดสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ โดยได้นำเงินไปใช้จ่ายแต่เพียงผู้เดียว 3.การที่นำเงินส่วนกลางของวัดไปเปิดบัญชีส่วนตัวที่กรุงเทพมหานคร และเบิกจ่ายเงินให้พระอีกรูปหนึ่งกู้ยืม 4. เรื่องเงินบริจาคของคณะผ้าป่าจากวัดอื่นจำนวน 50,000 บาท แต่ก็ไม่นำเข้าบัญชีส่วนกลาง ชาวบ้านจึงทวงถามไป เจ้าอาวาสจึงได้นำมาคืนแต่ชาวบ้านก็ไม่รับเงินดังกล่าว
ทางด้าน พระราชกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้เข้าร่วมรับฟังและสรุปว่าเรื่องทั้งหมดยังไม่ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย จึงไม่สามารถปลดเจ้าอาวาสได้ ชาวบ้านจึงไม่พอใจและได้เตรียมหารือทนายความเพื่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษต่อไป





