วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวบ้าน5จว.ค้านพ.ร.บ.แร่เอื้อประโยชน์เอกชน

ชาวบ้าน 5 จังหวัด ร้อง กสม. ค้านพ.ร.บ.แร่ ชี้เอื้อประโยชน์เอกชนฮุบเหมืองทองคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเวลา 09.00 น.ตัวแทนชาวบ้าน 5 จังหวัดประกอบด้วยพิจิตร พิษณุโลก สระบุรี ลพบุรี และเพชรบูรณ์ ประมาณ 50 คน นำโดยนางวันเพ็ญ พรหมรังสรรค์ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผ่าน น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิ เพื่อขอให้ตรวจสอบคัดค้านร่างพ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2557 ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 ต.ค. เนื่องจากเห็นว่า ไม่ชอบด้วยหลักกฎหมายละเมิดสิทธิของประชาชน

โดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านใน 5 จังหวัด เดือดร้อนจากการที่บริษัทอัคราไมนิ่ง หรืออัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เข้าทำการสำรวจพื้นที่เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำในที่ดินของชาวบ้าน โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการบางแห่งออกใบรับรองเข้าทำประโยชน์ให้กับบริษัท โดยอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองมาแต่บรรพบุรษนั้นเป็นพื้นที่ป่า และเป็นพื้นที่ส.ป.ก. ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วบริษัทดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรมให้เข้าทำการสำรวจพื้นที่ รวมถึงยังไม่ได้รับประทานบัตรเลย

นางวันเพ็ญ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า รมว.อุตสาหกรรมเพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่นานแต่ทำไมจึงรีบอนุมัติประทานบัตรกับให้บริษัทเอกชนดังกล่าวจำนวนกว่า 100 แปลง เป็นเพราะมีแรงผลักดันจากกลุ่มการเมืองบางกลุ่มหรือไม่เนื่องจากหากร่างพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่บังคับใช้ก็จะไม่สามารถย้อนหลังไปเอาผิดกับการสำรวจและการได้รับประทานบัตรที่ไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.แร่ฉบับปัจจุบันได้

อีกทั้งสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ ยังระบุให้การอนุมัติประทานบัตร เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด และอบต. แทนรัฐมนตรี ยิ่งจะทำให้การอนุมัติทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ก็พบว่ามีการเคลื่อนไหวของส่วนราชการบางแห่งอย่างผิดปกติ เช่น กรมป่าไม้ประกาศเวนคืนที่ดินของชาวบ้านโดยอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองเป็นพื้นที่ป่าตามมาตรา 4 (1) ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่รู้กันของชาวบ้านว่าบริษัทเอกชนต้องการเข้ามาทำการสำรวจสายแร่ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการนำไปดำเนินการให้เอกชนประมูลเพื่อเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งต่อไปก็จะทำให้แร่กลายเป็นสิทธิของรัฐร่วมกับบริษัทเอกชนโดยผ่านการประมูล

ด้านนายคำเพลิน บุญธรรม ชาวบ้านหมู่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า ที่ดินของตนเองจำนวน 9 ไร่ซึ่งบรรพบรุษใช้ทำกินมากว่า 40 ปี ปลูกต้นสักและยูคาลิปตัส โดยเสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด แต่เมื่อปีต้นปี 2557 บริษัทเอกชนกลับใช้รถแมคโครเข้าไถที่ดินทำลายต้นไม้ที่ปลูกและไล่คนงานออกโดยอ้างว่าได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ซึ่งตนไปร้องเรียนก็อ้างว่าที่ดินตรงนี้เป็นของรัฐ ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง

ขณะที่น.พ.นิรันดร์ กล่าวว่า การมาร้องเรียนของชาวบ้านครั้งนี้ถือว่าเป็นการแสดงสิทธิในการมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพย์สินป่า ลุ่มน้ำ ทะเลชายฝั่ง สินแร่ ที่เป็นของแผ่นดินและเป็นของประชาชน โดยการเสนอนโยบายและกฎหมาย และเป็นการยืนยันว่าสิทธิชุมชนที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 67 มีอยู่จริง ไม่ได้มาเพื่อประท้วง หรือใช้ความรุนแรง และไม่ถือว่าเป็นการขัดต่อกฎอัยการศึก ซึ่งทางกสม. ก็จะได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อไป

นพ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง หรือมีความขัดแย้งรุนแรงแต่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน ซึ่งต้องยอมรับว่าทรัพยากรธรรมชาติ ป่า ลุ่มน้ำ สินแร่ ทรัพยากรชายฝั่งไม่ใช่สมบัติของรัฐบาลหรือรัฐมนตรี ที่มาเดี๋ยวก็ไป แต่เป็นสมบัติของประชาชน 60 ล้านคน ซึ่งย่อมต้องมีส่วนร่วมที่จะบอกว่า ทองคำ ที่มีอยู่ที่พิจิตร ลพบุรี เลย เราควรจะจัดการอย่างไร ไม่ใช่ให้เอกชนมาจัดการโดยที่ประชาชนพื้นที่ไม่ได้อะไรเลย