ผู้ว่าฯจ.อุบลราชธานี เตรียมรับสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูลเคลื่อนไหวเข้ากรุงเทพฯ กดดันรัฐบาล
ที่ห้องประชุมผู้บริหารชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดประชุมหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทหาร ตำรวจ ปกครอง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรณีกลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล จะเคลื่อนไหวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือกับ ม.ล.ปนัดดา ดิษกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล และเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพทำการประมงตามลุ่มน้ำมูล หลังมีการสร้างเขื่อนปากมูลเมื่อกว่า 25 ปีก่อน
โดยนายเสริมให้ฝ่ายความมั่นคงลงสืบหาข้อมูลการเดินทางเข้ากรุงเทพฯของกลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนในวันที่ 2 พ.ย.นี้ และให้อำเภอเข้าชี้แจงกับชาวบ้านสมัชชาคนจน การเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องสามารถทำได้ตามสิทธิ จังหวัดไม่ขัดขวาง แต่การเดินทางเข้าไปสมควรส่งเป็นตัวแทน ไม่ใช่นำคนไปจำนวนมาก ซึ่งเข้าข่ายไปกดดัน เพราะขณะนี้ยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกบางพื้นที่อยู่
ส่วนข้อเรียกร้องที่ชาวบ้านต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านเขื่อนปากมูล โดยให้คณะกรรมการกำหนดการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำ และเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพครอบครัวละ 310,000 บาท จังหวัดเห็นด้วยที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องระดับนโยบายของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลสั่งการมาจังหวัดจะได้ใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป
แต่เมื่อยังไม่มีคณะกรรมการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำ ก็ให้ยึดถือแนวนโยบายตามมติ ครม.เมื่อปี 2545 แม้ปัจจุบันมติ ครม.ดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้วมาใช้ก่อน
นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวถึงสาเหตุการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลปีนี้เพียง 2 เดือน เพราะปีนี้มีฝนตกน้อย ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยกว่าปกติ ซึ่งมีผลกับปลายน้ำจะมีไม่มีน้ำทำการเกษตรและน้ำใช้ ส่งผลกระทบกับประชาชน จึงเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและมีมติควรต้องปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ไม่ให้น้ำไหลทิ้งลงสู่แม่น้ำโขง ปัจจุบันเขื่อนปากมูลมีระดับการกักเก็บน้ำที่ 106.05 ม.รกท. ซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐาน
ทั้งนี้การเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ไม่ได้ยึดหลักตายตัวต้องปิด 8 และเปิด 4 เดือน สามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลแต่ละปี
ส่วนข้อเรียกร้องของชาวบ้านสมัชชาคนจนที่ต้องการให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหา แทนคณะกรรมการะดับจังหวัด ที่ตนเป็นประธานชั่วคราว ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง สำหรับข้อเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพครอบครัวละ 3 แสนบาทเศษ ถ้าประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก็เห็นด้วยที่ประชาชนต้องได้รับความช่วยเหลือ และถ้ารัฐบาลเห็นด้วย ตนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนได้รับค่าชดเชย
แต่การไปเรียกร้องไม่ควรไปเดินขบวนลักษณะบีบบังคับรัฐบาลให้เปิดประตูหรือปิดประตูระบายน้ำถาวร เมื่อยังไม่มีคำสั่งใดจากรัฐบาลจังหวัดก็จะต้องถือปฏิบัติไปตามนี้ก่อน
ด้านนางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้านสมัชชาคนจนกล่าวถึงการเดินทางเข้าไปยื่นหนังสือกับ ม.ล.ปนัดดา ดิษกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 3 พ.ย.จะส่งตัวแทนชาวบ้านจาก 55 หมู่บ้านใน 3 อำเภอคือ สิรินธร โขงเจียม และพิบูลมังสาหาร ไปยื่นข้อเรียกร้อง 2 ข้อคือ ให้มีการตั้งคณะกรรมการมาร่วมพิจารณาการเปิดและปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล เพื่อแก้ปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำมูลที่ทรุดโทรมจากการปิดประตูระบายน้ำเขื่อนเมื่อ 25 ปีก่อน
ส่วนข้อที่สองคือ ให้พิจารณาชดเชยค่าสูญเสียอาชีพทำประมงริมแม่น้ำมูลตลอด 25 ปีที่ผ่านมา การเดินทางไปครั้งนี้ ไม่ใช่ไปกดดัน แต่จะเดินทางลักษณะตัวแทนชุมชนที่จะไปสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนที่ผ่านมาให้รัฐบาลรับทราบ
พร้อมยืนยันว่าไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาอีกแล้ว เพราะได้มีการตั้งคณะกรรมศึกษาจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงไม่จำเป็นต้องมาศึกษาอีก แต่ควรดำเนินการไปในขั้นตอนแก้ปัญหาได้เลย นางสมปอง แกนนำชาวบ้านกล่าว





