ตำรวจแจ้งข้อหากัปตันสปีดโบ๊ทประมาทก้มเก็บของทำชนเรือประมง ขณะที่ 2 นักท่องเที่ยวเกาหลียังค้นหาไม่พบ
ด้านเจ้าท่ากระบี่ตรวจเข้มเรือเพื่อความปลอดภัย เผยกัปตันและเรือมีใบอนุญาตถูกต้อง เชื่อที่เกิดเหตุเพราะความประมาท
จากกรณีอุบัติเหตุเรือสปีดโบ๊ท "ซีสตาร์ 29" ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวและลูกเรือรวม 43 คน ประกอบด้วย นักท่องเที่ยวจีน 31 ราย เกาหลี 4 ราย อังกฤษ 2 ราย มัคคุเทศก์ 2 คน ช่างภาพ 1 คน และลูกเรือ 2 คน พร้อมกัปตันเรืออีก 1 คน พุ่งชนเรือประมงอวนลาก "สินพิชัย 11" กลางทะเลห่างจากเกาะพีพี อ.เมือง จ.กระบี่ ประมาณ 10 กิโลเมตร ระหว่างเดินทางกลับท่าเทียบเรือรอยัล มารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งจากเหตุดังกล่าวยังมีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี 2 คนที่ยังสูญหายนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังกันช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกลับขึ้นฝั่ง โดยใช้ท่าเทียบเรือรัษฎาเป็นจุดขนถ่ายผู้บาดเจ็บเพื่อกระจายนำส่งไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ
จากนั้นเรือตรวจการณ์คุณพุ่ม (ต.814) ได้นำนักท่องเที่ยวและพนักงานประจำเรือ พร้อมกัปตันเรือ ทราบชื่อ นายสุรัตน์ มาศโอสถ กลับขึ้นฝั่งเพื่อนำตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่มีบาดแผลตามร่างกาย มีนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 รายได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก มีอาการเข่าหลุด ศีรษะแตก และซี่โครงหัก อย่างไรก็ตามจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีสูญหายไป 2 คนซึ่งจนถึงขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ ขณะที่เรือสปีดโบ๊ทลำที่เกิดเหตุได้จมลงทะเลไปแล้ว
แจ้งข้อหากัปตันสปีดโบ๊ท
พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.เมืองกระบี่ กล่าวเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ถึงการสอบสวนกัปตันเรือซีสตาร์ 29 ว่า ระหว่างที่เดินทางออกจากเกาะพีพี นายสุรัตน์ได้ก้มเก็บสิ่งของภายในเรือ แค่ 30 วินาที เมื่อเงยขึ้นมาอีกที เรือก็ได้กระแทกเข้ากับท้ายเรือประมง และเมื่อทำการหักหลบ ทำให้ท้องเรือไปฟาดกับสายสลิงของเรือประมงอวนลาก และเป็นที่มาของอุบัติเหตุดังกล่าว ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีที่สูญหาย 2 คนทราบชื่อคือ Mr.Go Min Woo อายุ 31 ปี และMrs. An Sun Yong อายุ 28 ปี ยังคงออกค้นหาต่อไป
ทั้งนี้ตำรวจได้มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธร 4 แห่งด้วยกัน ประกอบด้วย สภ.เมืองกระบี่ สภ.เหนือคลอง สภ.อ่าวลึก และสภ.ปลายพระยา มาร่วมกันทำงานสำนวนการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยส่วนหนึ่งจะเดินทางไปพบนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต อีกส่วนจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน นำมาประกอบสำนวน
เจ้าท่ากระบี่ตรวจเข้มใบอนุญาต-อุปกรณ์
วันเดียวกัน นายบุญเชาว์ ตั้งสิริไพศาล ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ กล่าวถึงมาตรการของสำนักเจ้าท่ากระบี่ว่า จะเพิ่มความเข้มงวดเรื่องใบอนุญาตการจดทะเบียนต่างๆ ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิต และเสื้อชูชีพประจำเรือโดยสาร เรือสปีดโบ๊ทที่ให้บริการนักท่องเที่ยวในจังหวัดเพื่อรักษาความปลอดภัย
สำหรับการตรวจสอบประวัตินายสุรัตน์ มาศโอสถ คนขับเรือสปีดโบ๊ท พบว่า มีใบประกาศนียบัตร นายท้ายเรือคนเดินทะเลชั้น 2 ส่วนเรือสปีดโบ๊ท ชื่อ ซีสตาร์ 29 ได้ขออนุญาตจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ขนาด 16.53 ตันกรอส จำนวน 42 คน คนประจำเรือ 3 คน รวม 45 คน แต่อาจเป็นเพราะนายสุรัตน์ที่ก้มหยิบของภายในเรือ แม้คลื่นลมจะสงบ แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จึงถือได้ว่าเป็นกระทำการโดยประมาท จึงต้องถูกควบคุมไว้สอบสวนต่อไป
อย่างไรก็ตาม อุบัติทางน้ำในจังหวัดกระบี่ นับเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน โดยก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นช่วงต้นเดือน ต.ค.บริเวณหน้าชายหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เป็นอุบัติเหตุเรือหางยาว ถูกคลื่นลมแรงพัดล่มกลางทะเล ทำให้นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นญาติมหาเศรษฐีชาวอินเดีย เสียชีวิต 2 ราย
ตรังแจ้งเตือนเรือทัวร์หวั่นซ้ำรอย
ด้าน นายสุธี สุขสง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง กล่าวว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคฯ ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือทัวร์ ที่รับส่งนักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงความปลอดภัย ไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่กำหนด หากฝ่าฝืนจะดำเนินการถอนใบอนุญาตประกอบเรือโดยสารทันที
ขณะเดียวกัน สำนักงานเจ้าท่าฯ จะเพิ่มเข้มงวดต่อการทำหน้าที่ของนายท้ายเรือมากขึ้น และจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำที่ท่าเรือ เพื่อคอยตรวจสอบความปลอดภัย ให้แน่ใจว่าผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพทุกคน หากไม่สวมเสื้อชูชีพ ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ออกเรือโดยเด็ดขาด





