'พัทยาโมเดล' นำร่องความปลอดภัยกิจกรรมทางน้ำ

(รายงาน) 5 แนวทาง ขับเคลื่อนพัทยาโมเดล นำร่องความปลอดภัยกิจกรรมทางน้ำ
การดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัยของกรมเจ้าท่า ต่อพื้นที่ซึ่งมีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยว ด้วยการสนับสนุนให้เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง ในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการความปลอดภัย รวมทั้งรูปแบบการจราจรทางน้ำในอ่าวพัทยา-เกาะล้าน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ภายใต้แผนความปลอดภัยการคมนาคมทางน้ำ หรือ “พัทยาโมเดล” กำลังเป็นการนำร่องของแผนงาน ที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่น
นายเรวัต โพธิ์เรียง ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขาพัทยา เปิดเผยว่า การผลักดันพัทยาโมเดลในส่วนของฝ่ายปฏิบัติ หลังจากนี้จะได้ประสานกับทางเมืองพัทยา ในเรื่องของการจัดงบประมาณเพื่อมาวางทุ่น สำหรับกำหนดพื้นที่ คาดว่าต้องใช้งบประมาณกว่า 25 ล้านบาท ส่วนมาตรการการออกตรวจความปลอดภัยทางน้ำ จะมีการบูรนาการ สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน เพื่อตรวจร่วมกันในเรื่องของความปลอดภัยทางน้ำ
สอดคล้องกับ พ.ต.ท.อรุณ พร้อมพรรณ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่ระบุว่า ตำรวจท่องเที่ยว จะเข้าไปมีส่วนร่วมกับเจ้าท่า ตำรวจน้ำ และเมืองพัทยา ต่อการเข้าไปตรวจสอบในเรื่องของการขึ้น-ลงเรือโดยสาร เรือแต่ละลำต้องบรรทุกผู้โดยสาร เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด ถ้ามีเหตุทางคดีก็จะประสานงานกับทาง สภ.เมืองพัทยา เพื่อเร่งรัดในส่วนของการดำเนินคดี
ขณะที่นายสินชัย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา แสดงความเห็นว่า การบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐภาคเอกชน ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ ถ้าทุกขั้นตอนมีการเอาจริงเอาจังอย่างต่อเนื่อง ก็จะป้องกันในเรื่องของอุบัติเหตุต่างๆทั้งทางน้ำทางบก หรือแม้แต่เรื่องของการเอารัดเอาเปรียบที่จะลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว
ปัจจุบัน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการ รับฟังความคิดเห็น ในโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บท การคมนาคมขนส่งในเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง เพื่อจัดทำแผนแม่บทการคมนาคมขนส่ง ในการแก้ไขปัญหาจราจรของเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาต่างๆ ที่จะรองรับการท่องเที่ยวที่จะขยายตัวต่อไปในอนาคต โดยให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการ ภายในระยะเวลา 270 วัน
นอกจากการให้ความสำคัญกับภาคขนส่งแล้ว ความสำคัญต่อการจัดทำฐานข้อมูลแสดงจำนวนที่พักและห้องพักโรงแรม ที่ให้บริการ ก็เป็นอีกหนึ่งแผนงานที่อพท.เข้าไปดำเนินการ เพื่อให้ทราบถึงจำนวนห้องพักและจำนวนโรงแรมที่แท้จริงในพื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง ด้วยการ สำรวจจำนวนห้องพักโรงแรม คอนโดมีเนียม เกสต์เฮ้าส์และเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์อย่างแท้จริง ซึ่งการสำรวจจำนวนโรงแรมห้องพักดังกล่าวจะทำให้ง่ายต่อการกำหนดมาตรฐาน และราคา
ขณะนี้ มีจำนวนโรงแรมที่จดทะเบียน/ไม่ได้จดทะเบียน ตาม พรบ.โรงแรม พ.ศ.2547 ประเภทกิจการ จดทะเบียน จำนวน 658 โรงแรม ไม่จดทะเบียน 1,286 โรงแรม และอื่นๆ 230 โรงแรม รวมทั้งสิ้น 2,174 โรงแรม คิดเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่จดทะเบียนโรงแรมถูกต้อง 30% และที่ไม่จดทะเบียนจำนวน 59% และอื่น จำนวน11%
เมื่อสรุปจำนวนสถานประกอบการโรงแรม ที่พักในพื้นที่พัทยา จึงมียอดสถานประกอบการโรงแรมที่พัก2,174 แห่ง มีจำนวนห้องรวม 136,945 ห้อง
นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (.ททท.) สำนักงานพัทยา กล่าวว่า พัทยาโมเดล เป็นโครงการนำร่อง ต่อการบังคับใช้ในเรื่องของกฎกติกาความปลอดภัย การที่กรมเจ้าท่า และเมืองพัทยามาร่วมกันทำโครงการ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่ามาเที่ยวพัทยาแล้วมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
.............................................
5 แนวทาง ขับเคลื่อนพัทยาโมเดล
1.จัดระเบียบพื้นที่ทางน้ำ เนื่องจากเมืองพัทยามีจำนวนเรือโดยสารท่องเที่ยวจำนวนมาก การจรราจรทางน้ำหนาแน่น ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการจราจร และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว กรมเจ้าท่าจะดำเนินมาตรการจัดระเบียบพื้นทางน้ำ
การกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่ทางน้ำให้ชัดเจน ได้แก่ การวางทุ่น เพื่อกำหนดเขตว่ายน้ำ หรือเขตเล่นกีฬาทางน้ำเป็นการเฉพาะ เพื่อจำกัดและป้องกันเรือไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เล่นกีฬาทางน้ำ มีการวางทุ่นเครื่องหมายจำกัดความเร็วเรือ (Speed limit) เพื่อให้เรือที่สัญจรเข้าสู่เขตควบคุมการเดินเรือ ต้องลดความเร็วลงจนถึงระดับที่ปลอดภัย
ขณะเดียวกันจะกำหนดเส้นทางเดินเรือ (Sea lane) สำหรับการเดินทางระหว่าง อ่าวพัทยา-เกาะล้าน รวมทั้งกำหนดพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางน้ำต่างๆ เช่น ลากร่ม บานาน่าโบ๊ท และกำหนดพื้นที่จอดเรือโดยสาร
2.กำกับดูแลและควบคุมการจราจรทางน้ำ ด้วยปริมาณการจราจรที่หนาแน่น และปริมาณเรือที่เพิ่มขึ้น กรมเจ้าท่า จึงให้ความสำคัญกับการนำเอาเทคโนโลยี ที่มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้ เพื่อสนับสนุนให้มีระบบการกำกับดูแลและควบคุมการจราจรที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น มีศูนย์ความคุมการจราจร (Vessel traffic Center) ให้ครอบคลุมพื้นที่พัทยา และเกาะล้าน ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการจราจรทางน้ำ รวมทั้งให้คำแนะนำการจราจรทางน้ำ ผ่านระบบวิทยุสื่อสารระหว่างเรือและศูนย์ควบคุมด้วยวิทยุได้โดยตรง
ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด เพิ่มเติมให้พื้นที่ที่ต้องการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น บริเวณท่าเทียบเรือ หรือจุดจอดเรือสำคัญ สนับสนุนให้มีโครงการติดตั้งอุปกรณ์ Automatic Identification System สำหรับเรือโดยสารสาธารณะ เพื่อช่วยให้การบังคับใช้มาตรการควบคุมความเร็ว ในการเดินเรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตรวจสอบตำแหน่งเรือได้ในกรณีเกิดเหตุ ทำให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที
3.สร้างความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ภายใต้กรอบความร่วมมือที่หลากหลาย นอกเหนือไปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจน้ำ กองทัพเรือ โดยกรมเจ้าท่า จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยขยายกรอบความร่วมือ ให้ครอบคลุมถึงการประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ด้านความปลอดภัยการช่วยเหลือ กู้ภัย การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ด้วย เพื่อบูรณาการการดำเนินการ และประสานความร่วมมือ ที่จะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
4.มุ่งเน้นการทำงานไปที่มาตรการเชิงรุก สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้กับผู้ควบคุมเรือ ด้วยการให้ผู้ควบคุมเรือโดยสารสาธารณะ ต้องเข้ารับการอบบรมด้านความปลอดภัย จัดบริการ และความรับผิดชอบ ต่อสังคม เพื่อให้ได้รับใบรับรอง ความสามารถในการทำงานบนเรือโดยสารสาธารณะได้ เพราะสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ มาจากความประมาท และไม่ตระหนักถึงความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำหรือผู้ใช้เรือก็ตาม
5.ยกระดับกฎหมาย ทั้งในเรื่องมาตรฐานเรือ อุปกรณ์ประจำเรือ มาตรฐานความรู้ความสามารถ ผู้ทำการในเรือโดยสารสาธารณะ การเพิ่มวงเงินการคุ้มครองในการประกันภัยผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งการปฏิรูปกฎหมายนี้ จะช่วย สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินมาตรการ ทั้งในเชิงป้องกันกำกับดูและ และเยียวยาได้เป็นอย่างดี







