กทม.สั่งหน่วยงานเฝ้าระวังไฟไหม้ เทศกาลลอยกระทง เล็งสร้าง "โรงเรียนดับเพลิง" เปิดศูนย์อบรมนักผจญเพลิง
ที่ห้องประชุมอาคารปฏิบัติการดับเพลิงชั้น 2 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขตราชเทวี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการให้แก่เจ้าหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมรับฟังปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานเพื่อหาทางแก้ไขไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน โดยมีนายบรรจง สุขดี รองปลัดกทม.พ.ต.อ.เสนาะ อ่อนศรี ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯกทม.พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกทม. พร้อมคณะผู้บริหารสำนัก และหัวหน้าสถานีดับเพลิง เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอากาศแห้ง เกิดเพลิงไหม้ได้ง่ายทั้งบริเวณหญ้าริมทาง ที่รกร้างว่างเปล่า และภายในอาคาร นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลลอยกระทงประชาชนมักจัดกิจกรรมซึ่งมีการปล่อยโคมลอย และเล่นพลุไฟ ขอให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมปฏิบัติงานให้รวดเร็ว รวมถึงตรวจสอบหัวรับน้ำดับเพลิงในจุดต่างๆ ให้ใช้การได้และให้มีการฝึกทบทวนและทดสอบสมรรถภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นประจำเพื่อให้มีความแข็งแรงและพร้อมปฏิบัติงานเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า ส่วนทรัพย์สินชำรุดหรือใช้การไม่ได้ รวมถึงการปรับปรุงอาคารสถานีดับเพลิงต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม ขอให้รวบรวมรายการบัญชีทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบและเสนอของบประมาณในการจัดซื้อและปรับปรุง โดยให้แต่ละกองปฏิบัติการดับเพลิงรวบรวมเรื่องส่งฝ่ายการคลังดำเนินการและเสนอผู้บริหารพิจารณาต่อไป ขณะเดียวกันกทม.อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบโรงเรียนดับเพลิง โดยว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการศึกษารูปแบบที่เหมาะสม คาดว่าไม่เกิน 6 เดือนจะแล้วเสร็จ จากนั้นกทม.จะเสนอของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อก่อสร้างโรงเรียนดับเพลิงเพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมมาตรฐานด้านบุคลากรและงานดับเพลิงเต็มรูปแบบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้รายงานถึงผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงโครงการอบรมกู้ภัยและการสร้างเครือข่ายกู้ภัยในอาคารสูง โดยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดอบรมและให้มีการรวมกลุ่มกันของกลุ่มอาคารใกล้เคียงเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนในเบื้องต้น ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไปถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีการร้องขอให้มีการจัดอบรมเพิ่มเติม
ส่วนปัญหาที่เกี่ยวเนื่องต่อการปฏิบัติงาน เช่น ปัญหาที่ตั้งสถานีดับเพลิงบางรัก ซึ่งจำเป็นต้องส่งคืนพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์เจ้าของที่ดินตามมติคณะรัฐมนตรี เนื่องจากกรมธนารักษ์มีแผนงานที่จะพัฒนาศักยภาพของพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยขณะนี้สำนักป้องกันฯ ได้หาทางออกโดยจะตั้งสถานีดับเพลิงบางรักชั่วคราวบริเวณใต้ทางด่วนศรีรัช ถ.สีลม เพื่อเป็นสำนักงานและจุดจอดรถดับเพลิง สำหรับจุดจอดเรือดับเพลิงอยู่ระหว่างประสานกับกรมศุลกากรเพื่อขอใช้สถานที่บริเวณใต้สะพานกรุงเทพฯ ฝั่งพระนคร ขณะเดียวกันจำเป็นต้องหาสถานที่พร้อมทั้งงบประมาณในการจัดตั้งสถานีดับเพลิงบางรักถาวร พร้อมบ้านพักเจ้าหน้าที่ด้วย





