วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มท.1เผยท้องถิ่นโกงเยอะเหตุการเมืองมีเอี่ยว

"พล.อ.อนุพงษ์" มท.1 เผยท้องถิ่นโกงเยอะเพราะการเมืองมีเอี่ยว ด้าน อปท. รับปากทำงานบริสุทธิ์โปร่งใส

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวหลังการประชุมร่วมกับ 3 สมาคมท้องถิ่นได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยว่า ตนชอบที่ได้มาพบ พูดคุยกัน เพราะจะได้ฝากเรื่องต่างๆ เร็วขึ้น สิ่งที่ขอเขาในวันนี้ เป็นเรื่องเดิมที่เคยคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริการส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ ในเรื่องความโปร่งใสที่ตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่ขณะนี้ ที่สังคมไม่ค่อยเชื่อว่าบริสุทธิ์ ซึ่งความไม่โปร่งใสมีแน่ๆ โดยตัวแทน อปท.เขาบอกว่า จากที่จุฬาฯ ทำการสำรวจพบว่า มีการทุจริตเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีเรื่องนี้ยังไม่จบ อย่างไรก็ตามทาง อปท.รับปากว่าอยากจะทำงานอย่างบริสุทธิ์ โปร่งใสอย่างยิ่ง ในวาระที่ขณะนี้การเมืองไม่ไปยุ่งกับ อปท.เขา

“ในอดีตที่มีการทุจริตหลายเปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะการเมืองไปยุ่งกับเขา เมื่อผู้บริหารระดับบนโปร่งใส เขาก็พร้อมที่จะทำตัวโปร่งใส ผมจึงขอเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องความโปร่งใสแล้ว ขอให้แผนงานเป็นประโยชน์กับพื้นที่ ไม่ใช่ทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์เช่น การสร้างอาคารให้สวยๆ” รมว.มหาดไทย กล่าว

เมื่อถามว่า มีการขอให้ยกเลิกประกาศบางฉบับของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าอะไรที่เป็นปัญหา เราก็จะเอามาสรุป แล้วเอาไปรวมกับทางรัฐบาล เพื่อนำไปแก้ไขกฎหมายต่อไป อะไรที่เป็นปัญหาไม่เกิดประโยชน์ก็จะทำให้เขา

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เขามาขอคำยืนยันว่า จะไม่ยุบอบจ.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวตอบว่า เขาบอกว่า มีคนไปปล่อยข่าวเรื่องยุบเรื่องไม่ยุบ ช่วยจัดการให้หน่อย ตนก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เพราะไม่รู้ว่าเป็นใคร กระแสการกระจายอำนาจยังมีความสำคัญอยู่ ต้องถือว่า การกระจายอำนาจลงไปทำให้คนทำงานรู้ปัญหาในพื้นที่ดี และน่าจะแก้ปัญหาพื้นที่ได้ดีกว่า ดังนั้นปัญหาเรื่องยุบไม่ยุบจึงไม่ใช่ประเด็น แต่เมื่อมีการปฏิรูปแล้ว จะมีการเขียนกฎหมายอย่างไรก็เป็นเรื่องปฏิรูปไม่เกี่ยวกับเรา

เมื่อถามว่า มีการร้องขอให้รัฐมนตรีช่วยบอกกับทางคสช.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เขารู้ดี เพราะสองคนในนั้นได้เข้าไปอยู่ในสภาปฏิรูปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในส่วนนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องมาขอ