วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นอภ.สังขละบุรีลาปชช.หลังถูกย้ายเข้ากรมฯ

"ชาธิป"นอภ.สังขละบุรีลาชาวบ้าน หลังโดนสั่งย้ายเข้ากรมการปกครอง แจงไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกรังแก

จากกรณีนายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง เซ็นต์คำสั่งโยกย้ายนายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ไปช่วยราชการที่กองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง เป็นประจำโดยมอบหมายให้รับผิดชอบงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรมการปกครอง มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2557 นี้เป็นต้นไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ 11 ต.ค.57 ที่หน้าที่ว่าการอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีประชาชนทั้งชาวไทย ชาวมอญ ไทยรามัญ ข้าราชการ พนักงานประจำอำเภอสังขละบุรี รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จำนวนมากเดินทางไปมอบดอกไม้ และพวงมาลัยดอกดาวเรือง ให้เป็นกำลังใจต่อนายชาธิป รุจนเสรี พร้อมทั้งถ่ายภาพเอาไว้เป็นที่ระลึก โดยนายชาธิป ได้ถือฤกษ์เวลา 08.39 น.เดินทางออกจากพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เพื่อมากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 3 ถ.หลักเมือง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีชาวอำเภอสังขละบุรี เดินทางมาส่ง และมีนายพิศิษฐ์ ยินดีวี เครือข่าย ปปช.ภาคประชาสังคม จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสมาชิก พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อยืดสัญลักษณ์สะพานมอญ 10 ล้านบาท มาให้การต้อนรับและให้กล่าให้กำลังใจ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย

การนี้ นายชาธิป รุจนเสรี นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ท่านอธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งย้ายให้ตนไปช่วยราชการในกรมการปกครองโดยให้ดูแลงานเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริของกรมการปกครอง ซึ่งตรงนี้ตนมองว่าท่านอธิบดีคงเล็งเห็นว่าตนมีความสามารถและเหมาะสมที่จะเข้าไปดูแลโครงการนี้ ตนและครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเข้าไปรับใช้และทำหน้าที่ดูแลโครงการพระราชดำริของในหลวง ซึ่งจากคำสั่งดังกล่าวทำให้บางครั้งพี่น้องประชาชนเข้าใจว่าตนถูกกลั่นแกล้งหรือถูกรังแก ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่าไม่ใช่ แต่เป็นเกียรติที่สูงส่งต่อตนเองและวงศ์ตระกูลด้วย และตนคิดว่าเมื่อมีโอกาสเข้าไปอยู่ตรงนั้น คงจะทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่

สำหรับเรื่องคาใจเกี่ยวกับการสร้างสะพานมอญนั้นขอเรียนว่าไม่มีอะไรคาใจอีกแล้วเพราะภาระกิจการดำเนินการซ่อมบูรณะสะพานได้เสร็จสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และมีการเชื่อต่อสะพานทั้งสองฟากฝั่งเข้าหากันเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงเก็บรายละเอียดอีกไม่มากนักและภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้ก็พร้อมที่จะจัดพิธีทำบุญเพื่อเฉลิมฉลองกัน

สำหรับวิกฤติความขัดแย้งในระหว่างซ่อมบูรณะสะพานปัจจุบันไม่มีแล้ว ทุกอย่างกลับคืนมาเป็นพลังแห่งความศรัทธาตามเดิมแล้ว ตึงอยากให้วิกฤติที่เคยเกิดขึ้นเกี่ยวกับการซ่อมบูรณะสะพาน นำไปเป็นตัวอย่างแก่สังคมไทยในการแก้ปัญหา ส่วนกรณีการจ่ายเงินจำนวน 10 ล้านบาท เป็นเรื่องของทางจังหวัดกับบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งจะต้องนำไปแก้ไขปัญหากัน และเท่าที่ผ่านมาในความเห็นของนักกฎหมายก็ยังมีมุมมองที่แตกต่างกัน นักกฎหมายบางท่านบอกไม่สามารถจ่ายได้ แต่นักกฎหมายบางท่านบอกว่าจ่ายได้ ซึ่งตรงนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปต่อไป สำหรับเรื่องปัญหาคอรับชันความจริงทุกรัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาอยู่ แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยมาช่วยกันตรวจสอบ เชื่อว่าปัญหาการทุจริตบางอย่างไม่สามารถเร็ดรอดออกไปได้ หากประชาชนคนไทยทุกคนช่วยกัน

นายพิศิษฐ์ ยินดีวี เครือข่าย ปปช.ภาคประชาสังคม จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้ไปออกรายการทีวีชองหนึ่งและได้การโฟนอินคุยกับเลขาธิการ ปปช.ทราบว่า ปปช.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการดำเนินการเรื่องของสะพานเอาไว้แล้ว และสามารถนำไปสู่กระบานการตรวจสอบได้ และกำลังดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ ปปช.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานต่างๆ และตนได้ถามว่านายอำเภอสังขละบุรี ถูกย้ายด่วน ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากเลขาธิการ ปปช.ว่าจะเชิญท่านนายอำเภอมาเป็นพยานด้วย เชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวอำเภอสังขละบุรีคงจะได้รับรู้เรื่องดังกล่าวและคงจะได้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ ปปช.ในเร็วๆนี้

สำหรับกลุ่มภาคประชาสังคมของเรา ครั้งแรกที่ทราบข่าวว่าท่านนายอำเภอสังขละบุรี ถูกสั่งให้ย้ายเข้ากรม ก็รู้สึกเศร้าใจ แต่เมื่อเรามองภาพรวมแล้ว จะมองเห็นได้ว่าท่านได้เข้าไปดูแลงานโครงการพระราชดำริ ซึ่งท่านมีหน้าที่ทำงานรับผิดชอบมากขึ้นกว่าการที่เป็นนายอำเภอสังขละบุรีเสียอีก ดังนั้นกลุ่มของเราจึงยินดีที่ท่านจะได้ทำประโยชน์ให้กับคนไทยมากขึ้น ซึ่งเราจะทำเรื่องโครงการพระราชดำริเสนอไปยังกรมการปกครอง เพื่อให้ท่านอดีตนายอำเภอสังขละบุรี เดินทางลงมาดูโครงการพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีอีก ดังนั้นเราจึงมองว่า ท่านนายอำเภอโชคดีที่ถูกย้ายด่วน และย้ายเข้าไปดูแลโครงการพระราชดำริโดยตรง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ครั้งแรกเราเสียใจแต่ตอนนี้เราดีใจที่จะได้ร่วมงานกับท่านมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับเรื่องการทุจริตคอรับชั่นปัจจุบันนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศของเรา ดังนั้นเครือข่าวภาคประชาคมของเรา จะดำเนินการเรื่องนี้ให้จริงจังมากขึ้น และจากการทุจริตในประเทศไทยเป็นกลายเป็นเนื้อเน่าไปแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาร่วมแรงร่วมใจสอดส่องสืบเสาะหาหลักฐานหาข้อมูล เพื่อไปสู่กระบวนการปราบปรามการทุจริตคอรับชั่นในประเทศต่อไป และยิ่งรัฐบาล คสช.เอาจริงในเรื่องนี้ เชื่อว่าคนทุจริตคอรับชั่นจะอยู่ไม่ได้แน่นอน

ด้าน พ.ท.จิรายุ จิตรธรรม ผบ.ช.พัน 9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ วิศวกรคุมงานซ่อมบูรณะสะพานอุตมานุสรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันงานคืบหน้าไปแล้ว 98.2 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงแค่เก็บงานรายละเอียดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ของสะพานเท่านั้น และพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมทั้งประชาชนรวมทั้งจิตอาสาและนักท่องเที่ยว จะได้ร่วมกันลงมือทาสีของสะพานทั้งหมด และก่อนวันที่ 18 ต.ค.งานทุกส่วนจะแล้วเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน

รายงานว่า ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆที่มีอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ถูกนักท่องเที่ยวจองเต็มเกือบหมดแล้ว ซึ่งทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือเดินทางไปร่วมทำบุญครั้งใหญ่ที่สะพานแห่งนี้ เชื่อว่าชาวอำเภอสังขละบุรีจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวหลายล้านบาทอย่างอน่นอน