เวนเกอร์เดือดผลักอกมูรินโญ 'ปีศาจแดง'เคี้ยวเอฟเวอร์ตัน 2-1

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ผลักอก ชูเซ มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี
ก่อนปฏิเสธจับมือกันเมื่อจบเกม "ลอนดอนดาร์บี" โดย เชลซี ชนะ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ด้าน "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-1
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเกมแห่งศักดิ์ศรีทีมร่วมเมืองหลวง คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม ซึ่ง เชลซี ทีมจ่าฝูง ชนะ อาร์เซนอล 2-0 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของตัวเอง ได้มีเรื่องราวบาดหมางระหว่าง ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมเชลซี กับ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล อีกครั้ง
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาที 20 เมื่อ แกรี เคฮิลล์ เซ็นเตอร์แบ็กเชลซี จงใจเข้าสกัด อเลกซิส ซานเชซ ปีกอาร์เซนอล นอกเกม ส่งผลให้เวนเกอร์ ออกนอกพื้นที่เทคนิคของผู้จัดการทีม หรือกรอบหน้าซุ้มม้านั่งสำรองข้างสนาม ไปโวยวาย มาร์ติน แอตกินสัน ผู้ตัดสิน ที่ให้เพียงแค่ใบเหลือง แต่จังหวะดังกล่าว มูรินโญ ยืนอยู่ข้างหน้าเวนเกอร์ พอดี จึงบอกให้เวนเกอร์ สงบสติอารมณ์แล้วกลับเข้าไป ทว่าเวนเกอร์ ไม่ยอมหยุดแล้วผลักอกมูรินโญถึง 2 ครั้ง จนเมื่อแอตกินสัน เห็นเหตุการณ์จึงได้เข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน และเมื่อจบเกม มูรินโญ ก็เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวไปเลย โดยไม่ยอมจับมือกับเวนเกอร์ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ
ภายหลัง เวนเกอร์ กล่าวว่า "มีบางคนมายืนขวางหน้าอยู่ ก็แค่ไม่ได้อยากได้ยินว่าเขาพูดอะไรแค่นั้น แต่จะให้กล่าวโทษให้เรื่องยืดยาวออกไป คงไม่ดีกว่า"
ขณะเดียวกันมูรินโญ ก็ได้กล่าวตอบโต้ว่า หากเคฮิลล์จะเล่นแรงเกินกว่าเหตุในมุมมองของเวนเกอร์ ก็ควรดูพฤติกรรมลูกทีมของตัวเองด้วย เพราะจริงๆ อาร์เซนอล ควรเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น จากการเข้าบอลอย่างบ้าคลั่ง หลังจากเสียประตูแรก
ซึ่งเวนเกอร์ ก็ตอกกลับว่า "ขอคืนคำประชดประชันนั้นให้ เพราะโดยส่วนตัวก็ไม่รู้ว่า นอกจาก เคฮิลล์ แล้ว บรานิสลาฟ อิบราโนวิช กับ ออสการ์ ของเชลซี เล่นอยู่จนจบเกมได้อย่างไร"
ส่วนเกมดังกล่าว เชลซี ได้ 2 ประตูจากลูกโทษของ เอดอง อาซาร์ด นาที 27 และ ดิเอโก คอสตา นาที 78 ส่งผลให้ เชลซี เป็นทีมเดียวในลีกที่ยังไร้พ่าย แข่ง 7 นัด มี 19 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง แมนฯ ซิตี แชมป์เก่าที่เป็นรองจ่าฝูง 5 แต้ม ส่วน อาร์เซนอล แพ้เป็นเกมแรก แข่ง 7 นัด มี 10 แต้ม อยู่อันดับ 7
อีกคู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเอง โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก อังเคล ดิ มาเรีย นาที 27 และ ราดาเมล ฟัลกัล นาที 62 ซึ่งนับเป็นประตูแรกของกองหน้าทีมชาติโคลอมเบียผู้นี้นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับยูไนเต็ด ส่วน เอฟเวอร์ตัน ได้ประตูจาก สตีเวน เนสมิธ นาที 55 และน่าจะจบเกมด้วยการเสมอ 2-2 หาก เลย์ตัน เบนส์ ไม่ยิงลูกโทษพลาดนาที 45 ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แข่ง 7 นัด มี 11 แต้ม อยู่อันดับ 4
ส่วนคู่อื่น เวสต์แฮม ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0 และ สเปอร์ส ชนะ เซาแธมป์ตัน 1-0







