ป.ป.ท.เผยผลตรวจสอบการสร้างสนามฟุตซอล30โรงเรียนใน6อำเภอของนครราชสีมา ส่อทุจริตราคาแพงกว่าท้องตลาด5เท่า
แต่วัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ใช้งานไม่ถึง 2 ปี สนามพัง วางประเด็นสอบขยายผลเพิ่ม 5 ประเด็นก่อนฟันฮั้วประมูล จ่อเดินหน้าตรวจอีกกว่า 300 แห่งใน 23 จังหวัด
วานนี้ (1 ต.ค.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.อ.สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษากฎหมายกองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในโรงเรียนหันห้วยทรายพิทยาคม อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ภายหลังได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริตก่อสร้าง อีกทั้งสนามฟุตซอลในโรงเรียนหลายแห่งมีสภาพชำรุดเสียหายจนใช้งานไม่ได้ ทั้งที่การก่อสร้างเพิ่งแล้วเสร็จไม่นาน
นายประยงค์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีการร้องเรียนไปยังกองทัพภาค 2 ให้เข้าตรวจสอบสนามฟุตซอลหลายแห่งซึ่งมีประเด็นต้องสงสัยว่า ก่อสร้างแพงเกินจริงและใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ป.ป.ท.จึงกระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบในโรงเรียน 30 แห่งใน 6 อำเภอของ จ.นครราชสีมา ได้แก่ อ.ชุมพวง อ.พิมาย อ.ประทาย อ.โนนสูง อ.โนนแดง และอ.ลำทะเมนชัย
จากการตรวจสอบพบว่า ทุกแห่งก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน สภาพสนามชำรุดทรุดโทรมจนใช้งานไม่ได้ บางแห่งก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และไม่เป็นไปตามสเปก นอกจากนี้ยังพบพิรุธที่ต้องขยายผลกรณีที่พบว่า บริษัทที่ชนะการประกวดราคาก่อสร้างเป็นผู้ประกอบกิจการ 2 รายที่มีบริษัทเดียวกัน
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจการใช้งบประมาณก่อสร้างพบว่า มีการแยกเป็นหลายส่วนอาทิค่าก่อสร้างพื้นคอนกรีต งานปูพื้นยางสังเคราะห์ที่มีราคาสูงถึงตารางเมตรละ 2,600 บาท สูงกว่าราคาในท้องตลาดที่ระบุราคาพื้นยางที่ดีที่สุดจะมีราคาเพียง 1,500-1,600 บาท
หมดงบไปกับยางสังเคราะห์
นอกจากนี้ยังพบมีการจัดซื้อหนังสือคัมภีร์กีฬาเล่มละ 1,200 บาท หนังสือต่อสู้โรคชุดละ 2,000 บาท ไม่นับรวมอุปกรณ์กีฬาที่มีราคาแพงผิดปกติเช่น ตะกร้อ ลูกละ 220 บาท ฟุตบอลลูกละ 940 บาท อย่างไรก็ตามงบประมาณที่ใช้ส่วนใหญ่หมดไปกับค่าปูพื้นยางสังเคราะห์ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์
เผย257โรงใช้งบนี้ไปสร้างอย่างอื่น
"จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี 17 จังหวัด รวม 101 โรงเรียนที่ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างสนามฟุตซอล วงเงิน 2,500,000 บาท สำหรับสร้างสนามเนื้อที่ 726 ตารางเมตร และวงเงิน 5 ล้านบาท สำหรับสร้างเนื้อที่ 1,512 ตารางเมตร ปรากฏว่าจังหวัดที่มีการนำงบประมาณไปก่อสร้างสนามฟุตซอลจริง ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ชัยภูมิ มุกดาหาร สุรินทร์ อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ ขอนแก่น เชียงราย พะเยา รวมเป็นเงินจำนวน 335 ล้านบาท"
เขากล่าวว่า ส่วนอีก 6 จังหวัด จำนวน 257 โรงเรียน ประกอบด้วย จ.สุรินทร์ อุดรธานี อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สระบุรี ชลบุรี เปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น สร้างห้องน้ำโรงเรียน
ขยายผลสอบเพิ่ม 5 ประเด็น
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวน ป.ป.ท. ระบุว่า ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตเพื่อขยายผลการตรวจสอบ 5 ประเด็น ดังนี้ 1.กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแม้ใช้ระบบอีอ๊อคชั่นมีลักษณะที่แต่ละโรงเรียนต่างดำเนินการแยกจากกัน แต่มีบริษัทเดียวที่ได้เข้าทำสัญญากับทุกโรงเรียน ซึ่งอาจเข้าข่ายฮั้วประมูล
2.ราคากลางและคุณลักษณะเฉพาะทีโออาร์ของทุกโรงเรียนมีการกำหนดจำนวนเงินและลักษณะคล้ายกัน 3.การก่อสร้างขั้นพื้นฐานสนามคอนกรีตไม่เป็นไปตามรูปแบบ พื้นคอนกรีตเอียง ไม่ได้ระดับ ผิวคอนกรีตหลุดร่อน สภาพปัจจุบันมีการรื้อพื้นยางเก็บ เนื่องจากปูแล้วไม่สามารถทำการใช้สนามฟุตซอลได้ตามปกติ เพราะมีการงอตัวของพื้นยาง
4.ข้อเท็จจริงที่ได้ตรวจสอบข้อมูลเรื่องราคากับบริษัทที่ทำการขายพื้นยางสังเคราะห์ (อีวีเอ) ปรากฏว่ามีราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 310,000 บาท แต่โรงเรียนจัดซื้อในราคา 1.9 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 5 เท่าของเงินที่ทางราชการต้องเสียงบประมาณในการจัดซื้อ
และ5.เจ้าของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสร้างสนามฟุตซอลกับทุกโรงเรียนมีภูมิลำเนาเดียวกันกับที่ตั้งของบริษัทฯ ผู้ผลิตยางอีวีเอ และบริษัทที่ผลิตหนังสือ
ใช้งานไม่ถึง2ปีพังเสียหาย
ด้าน พ.อ.สมหมาย กล่าวว่า งบประมาณ 2.5 ล้านบาท และ 5 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างสนามฟุตซอลต้องมีโครงสร้างหลังคาคลุมสนาม แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบไม่พบการก่อสร้างโครงหลังคาจึงทำให้สนามฟุตซอลในโรงเรียนเกือบทุกแห่งพังเสียหายจนใช้งานไม่ได้ ทั้งที่ใช้งานไม่ถึง 2 ปี
นายวีระพงษ์ จันทนุกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหันห้วยทราย กล่าวว่า โรงเรียนเป็นผู้เสนอของบประมาณสร้างสนามฟุตซอลแต่ไม่เคยได้รับอนุมัติโครงการจนกระทั่ง ส.ส.นำไปแปรญัตติและจัดสรรงบประมาณมาให้โรงเรียน หลังการก่อสร้างโรงเรียนได้ใช้งานสนามฟุตซอลอย่างคุ้มค่าและเป็นประโยชน์
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณของสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 จากงบแปรญัตติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย รายการค่าก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรม และที่ประสบอุบัติภัย วงเงินรวมทั้งสิ้น 3,947,278,000 บาท
โดยงบประมาณดังกล่าวได้มีการจัดสรรให้กับโรงเรียนใน 17 จังหวัด รวม 358 โรงเรียน เพื่อใช้ก่อสร้างสนามฟุตซอลเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 689,530,800 บาท





