วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถกที่สปก.5.6ล้านไร่ส่อผิดกม. ชง'ราชพัสดุ'พัฒนาท่องเที่ยว

ปลัดก.เกษตรฯ เสนอโอนที่ดิน ส.ป.ก.ให้ราชพัสดุ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แก้ปัญหานอมินีถือครอง

แล้วนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อ้างสภาพที่ดินยากคืนรูปและไม่มีอำนาจขับไล่ ด้าน ป.ป.ท.ลุยตรวจที่ ส.ป.ก.โคราช หลังชาวบ้านร้องนายทุนลักขุดหน้าดินขายนาน 10 ปี เสียหายพันกว่าล้าน ขณะที่ กรมอุทยานฯ ปัดกระแสข่าวรัฐมนตรีว่าการสั่งสอบปมงบรื้อรีสอร์ททับลาน ชี้เป็นเรื่องตรวจสอบภายใน

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) ว่า พื้นที่การถือครองไม่ถูกต้องในเขต ส.ป.ก.นั้นอยู่ระหว่างการสำรวจ อย่างไรก็ตามได้มีแนวทางแก้ไขปัญหาคือ กรณีที่ใช้ที่ดินผิดประเภท ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เปลี่ยนรูปแบบการใช้ที่ดินผิดประเภท รวมทั้งมีตัวแทนหรือนอมินีในการถือครองที่ดินอยู่จะต้องเรียกที่ดินคืน แต่การดำเนินการไม่สามารถเข้ายึดได้ทันที ต้องรอต่อรองเจรจาแล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ หากยังเป็นเจ้าของรายเดิมอยู่ก็ต้องปรับเปลี่ยนอาชีพให้ทำการเกษตรอย่างถูกต้อง กรณีเปลี่ยนผู้ถือครองไปแล้ว อาจมีการเรียกคืนซึ่งต้องใช้ระยะเวลา บางรายอาจจะ 10 ปี หรือเร็วกว่านั้น หากผู้ถือครองให้ความร่วมมือและยินยอม

อ้างกฎหมายไม่ให้อำนาจขับไล่

เขากล่าวว่า จำนวนที่ดินที่ถูกนำไปใช้ถือครองไม่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จะให้แบ่งกลุ่มการใช้ที่ดินตามลักษณะการครอบครองที่ผิดกฎหมาย เช่น กลุ่มที่ดินที่มีนอมินีถือครอง จะต้องตักเตือน และถูกเรียกคืนเพื่อนำไปจัดสรรใหม่ให้แก่เกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่ากฎหมาย ส.ป.ก.ไม่มีอำนาจขับไล่ผู้บุกรุก หรือครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมายได้ทันที แตกต่างจากกฎหมายของกรมป่าไม้

"การใช้เวลายึดคืนที่ดินกลุ่มนี้อาจจะกินเวลาแตกต่างกัน บางกรณีใช้เวลาเพียง 1- 2 ปี ก็ยึดคืนที่ดินได้แล้ว แต่บางกรณีก็กินเวลายาวนาน เช่น กรณีที่ดินสวนปาล์ม ที่ จ.กระบี่ ใช้เวลา 10 ปี ยังไม่จบ" นายชวลิต กล่าว

เล็งโอนที่ส.ป.ก.ให้ราชพัสดุ

สำหรับกลุ่มที่ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ เช่น รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และหอพัก สามารถฟ้องขับไล่ได้ทันที ไม่มีการตักเตือน อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ แม้ยังถือครองผิดประเภท แต่สภาพของพื้นที่ไม่มีความเหมาะสมที่จะทำการเกษตรต่อไปแล้ว ก็ต้องหาทางออกในการแก้ไขปัญหา เช่น การหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางถอดถอนออกจากการเป็นที่ดิน ส.ป.ก. และยกให้เป็นที่ราชพัสดุ เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. บริเวณรอบมหาวิทยาลัยพะเยา หรือที่ดิน ส.ป.ก. ในบริเวณ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ก็มีโอกาสที่จะส่งเสริมเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวแทน เพราะทางจังหวัดเองก็ต้องการแบบนั้น

"ที่ดินบริเวณวังน้ำเขียว ในขณะนี้แทบจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมด หากยึดคืนแล้วนำกลับมาพัฒนาเชิงเกษตรคงยาก ในขณะที่ทางจังหวัดยังต้องการจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากกว่า ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณาจากความเห็นของพื้นที่ด้วย โดยที่ดินที่มีอยู่จะต้องใช้ให้สมประโยชน์ให้มากที่สุด กรณีที่ต้องการปรับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ก็ต้องตัดคืนให้ที่ราชพัสดุไป" นายชวลิต กล่าว

ตั้งเป้าสำรวจสิทธิ์ส.ป.ก.ให้เสร็จใน1ปี

ส่วนกรณีที่ดินเอกชน ที่ใช้เงินกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมไปจัดซื้อมาเพื่อจัดจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ได้รับรายงานว่ามีไม่ถึง 300,000 ไร่ แต่ติดปัญหาที่ว่าที่ดินบางส่วนซื้อมาในราคาสูง จึงยังไม่สามารถจำหน่ายได้ เพราะวัตถุประสงค์ของกองทุนไม่ได้มุ่งเน้นการหากำไร แต่มุ่งช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งหมดนี้ ส.ป.ก. จะต้องดำเนินการสำรวจและระบุสิทธิ์ให้ชัดเจนแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล

พบที่ส.ป.ก. 5.6ล้านไร่ผิดกฎหมาย

นายวีระชัย นาคพิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (ส.ป.ก. ) กล่าวว่า ที่ดิน ส.ป.ก.มีพื้นที่ดำเนินการจัดสรรให้เกษตรกรรวมทั้งสิ้น 40.39 ล้านไร่ ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.จัดสรรให้แก่เกษตรกรแล้ว 35.25 ล้านไร่

โดย ส.ป.ก.ได้สำรวจระหว่างปี 2555-2557 แล้ว 31.65 ล้านไร่ พบว่า มีการถือครองที่ดินผิดปกติ 416,983 ไร่ ซึ่งมีการดำเนินคดีแล้ว 124 ราย ส่วนที่ 2 คือ ที่ดินที่ยังไม่ดำเนินการจัดสรรให้เกษตรกร 5.14 ล้านไร่ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นที่ถูกบุกรุกโดยผิดกฎหมายทั้งหมด ทำให้มีที่ดินที่ ส.ป.ก. ต้องแก้ปัญหาถือครองผิดกฎหมายรวมประมาณ 5.6 ล้านไร่

ปปท.สนธิกำลังตรวจที่ส.ป.ก.โคราช

วันเดียวกัน นายธนวัฒน์ สนิทศักดิ์ นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม พร้อมทหารกองทัพภาคที่ 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุตสาหกรรม กรมที่ดิน และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.นครราชสีมา สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่จัดสรรของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่า มีการลักลอบขุดดินในเขตการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.นครราชสีมา เนื้อที่กว่า 100,000 ไร่ เริ่มจากบ้านภูเขาทอง ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยพบว่า มีผู้บุกรุกนำรถแบ็คโฮเข้าไปขุดหน้าดินเพื่อนำไปขายให้โครงการหมู่บ้านจัดสรร ในราคาคันรถบรรทุกสิบล้อละ 900-1,200 บาท และคันรถบรรทุกหกล้อละ 600-900 บาท

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีนายทุนรายใหญ่ 3 ราย นำเครื่องจักรเข้าไปลักลอบขุดดินในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อนำไปขายมานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะรายของเสี่ยรายหนึ่งพบว่า ได้ลักลอบขุดหน้าดินบนเนื้อที่กว่า 147 ไร่ และแปลงอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงเนื้อที่กว่า 300 ไร่

ลักขุดหน้าดินมา10ปีเสียหาย1.2พันล้าน

"จากการตรวจสอบทางกายภาพของพื้นที่พบว่า มีการใช้รถแบ็คโฮขุดผิวดินในลักษณะตั้งฉาก มีความลึกจากพื้นดินประมาณ 50 เมตร ซึ่งการขุดดินในลักษณะนี้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านการเกิดดินถล่มหรือแลนด์สไลด์ ประเมินความเสียหาย 10 ปีไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท" แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ระบุ

ด้าน พ.อ.สมหมาย บุษบา ที่ปรึกษากฎหมายกองทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ฐานข้อมูลของ ส.ป.ก. ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี 2544 สภาพดั้งเดิมเป็นหลุมเป็นบ่อ แต่ ส.ป.ก.ก็ยังคงออกรังวัดที่ดินอย่างต่อเนื่องนานกว่า 17 ปี

ต่อมามีการจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านเพื่อทำการเกษตรปรากฏว่า ชาวบ้านได้ร่วมมือกับนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ลักลอบขุดดินไปขาย เพื่อส่งให้กับโครงการหมู่บ้านจัดสรรทุกประเภททั่ว จ.นครราชสีมา หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จะแจ้งความเอาผิดกับผู้ลักลอบขุดดินต่อพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ป.ป.ท.ได้เข้าไปตรวจสอบการลักลอบขุดดินบริเวณบ้านพรวงน้อย ต.บ้านโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบการลักลอบขุดดินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ โดยสามารถจับกุมนายทุนรายย่อยได้ 1 คน โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าลักลอบขุดดินมานาน 1 เดือน โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งขนส่งดิน วันละ 30-40 เที่ยว

อุทยานฯแจงงบรื้อถอนเป็นเรื่องภายใน

ส่วนกรณีปัญหาการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อรื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานซึ่งมีข่าวว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงการใช้งบประมาณก้อนนี้นั้น

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวเมื่อวานนี้ (29 ก.ย.) ถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้

เขาอธิบายว่า การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องภายในกรมอุทยานฯ จึงต้องไปดูว่าค่าใช้จ่ายที่ดำเนินการที่ผ่านมามีผลงาน ขั้นตอนครบถ้วนหรือไม่ โดยกรณีนี้เกิดขึ้นจากกรณีบ้านทะเลหมอกที่ได้มีการรื้อถอนไปแล้วบางส่วน

เร่งสอบใช้งบค่ารื้อถอนที่ทับลานย้อนหลัง

แต่ล่าสุด นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ทำเรื่องขอค่ารื้อถอนเข้ามาเพิ่มเติมอีก ทางกรมอุทยานฯ โดยสำนักอุทยานแห่งชาติ จึงต้องตรวจสอบดูว่ากรณีได้รื้อถอนและอนุมัติเงินไปทำการรื้อถอนแล้วเท่าไร แต่จะเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาทตามที่เป็นข่าวหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังดูทั้งหมดเพราะเป็นการดำเนินการในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

"ได้เร่งให้ทางสำนักอุทยานแห่งชาติตรวจสอบการใช้เงิน การเบิกจ่ายเงินค่าดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทและบ้านพักทับลานให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้รัฐมนตรีไม่ได้มีอำนาจตั้งกรรมการสอบ เพราะเป็นเรื่องในกรมอุทยานฯ และที่ผ่านมากรมอุทยานได้เคยเข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินงานเรื่องนี้และมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงมีการรื้อถอนรีสอร์ทเพียงบางส่วน" นายนิพนธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวด้วยว่า ต้องถามคนปล่อยข่าวในช่วงนี้ว่าเพื่ออะไร และหวังว่าคงไม่เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในช่วงใกล้ๆ นี้

พีมูฟจี้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินเพื่อคนจน

วานนี้ (29 ก.ย.) ที่ ทำเนียบรัฐบาล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ นำโดย นายประยงค์ ดอกลำใย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องแนวทางแก้ไขปัญหาทรัพยากรป่าไม้

นายประยงค์ กล่าวว่า หลังจากที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ และมีการแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีนโยบายสำคัญหลายด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนจนทั้งประเทศ และจากคำสั่ง คสช.ที่ 64 และ 66/2557 รวมทั้งนโยบายที่แถลงต่อ สนช.ที่มุ่งหวังปกป้องทรัพยากรป่าไม้ และมุ่งเน้นการดำเนินการกับนายทุน ผู้บุกรุก และคุ้มครองผู้ยากไร้นั้น ในทางปฏิบัติมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามแนวทางที่แถลง แต่กลับมีการไล่รื้อทำลายทรัพย์สินและดำเนินคดีกับราษฎร

เขากล่าวว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นพีมูฟจึงขอยื่นข้อเสนอทางนโยบาย ดังนี้ 1.ให้มีการกระจายสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน และรับรองการถือครองอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เช่น เก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า จัดตั้งธนาคารที่ดิน นำพื้นที่ป่าสงวนที่หมดสัญญาเช่ามาจัดสรรเป็นที่ดินทำกินแก่คนยากไร้ เป็นต้น

2.มีการปฏิรูปกองทุนยุติธรรม ออกกฎหมายให้คนจนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 3.ให้สานต่อนโยบายที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง และ 4.ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน