วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับแก๊งวัยรุ่นลักรถยนต์สารภาพทำแล้ว5ครั้ง

ตร.โคราช จับกุมแก๊งค์วัยรุ่น ลักรถยนต์ที่เจ้าของเผลอจอดติดเครื่องไว้ สาระภาพทำมาแล้ว 5 ครั้ง

ที่บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก รรท.ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรต สาริยา รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และทีมจับกุมจาก สภ.กลางดง ได้ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมผู้ต้องหาโจรกรรมรถยนต์ จำนวน 4 คน ประกอบไปด้วย นายฉลาด หรือปรีชา หัสดี อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 7 ต.ห้วยขุนราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี, น.ส.แป้ง อายุ 15 ปี (เยาวชน), นายสุภัทร หรือต้อม พัฒนชีวะพูล อายุ 24 ปี และนายทวีศักดิ์ หรือหมู พัฒนชีวะพูล อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 129/2 หมู่ 11 คุ้มป่าโมก ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางเป็นรถยนต์กระบะ 2 คัน ได้แก่ รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีทอง ทะเบียน ผว 2662 นครราชสีมา, รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แค๊ป สีดำ ทะเบียน บฉ 1804 อ่างทอง

ทั้งนี้ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง ว่ารถยนต์ถูกโจรกรรม โดยผู้เสียหายได้นำรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้สีทอง มาจอดริมถนนธนรัชต์ กม.8 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แล้วลงไปทำธุระโดยไม่ดับเครื่องยนต์ ต่อมาผู้ต้องหา 3 ราย คือนายสุภัทร นายทวีศักดิ์ และ น.ส.แป้ง ได้ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ผ่านมาพบ จึงจอดรถแล้วได้ขับรถที่ติดเรื่องอยู่หลบหนีไปตามเส้นทาง ต.กลางดง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จึงได้ประสาน สภ.กลางดง เพื่อสกัดและติดตามจนพบคนร้าย 1 คน ซึ่งได้พยายามขับรถยนต์ที่โจรกรรมมาได้หลบหนี จนมีการชนกับต้นไม้ริมทาง และจนมุมที่บริเวณศาลเจ้าตลาดกลางดง ต.กลางดง อ.ปากช่อง และต่อมาไม่นานก็ได้ตามจับกุมผู้ต้องหาอีก 2 คนได้ ที่บริเวณวัดถ้ำพรหมจรรย์ ถนนสายบ้านกุดคล้าผ่านศึก ต.กลางดง อ.ปากช่อง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 รายสารภาพว่าเคยก่อเหตุเช่นนี้มาแล้ 5 ครั้ง โดยจะเลือกช่วงที่เจ้าของรถยนต์เผลอจอดรถติดเครื่องไว้ตามปั้มน้ำมัน และสถานที่สาธารณะ แล้วลงมาขับหนีไปอย่างง่ายดาย ซึ่งรถยนต์ที่ขโมยได้ทั้งหมด จะนำไปขายต่อให้กับอู่พัฒนยนต์ อยู่ใน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ในราคาคันละ 30,000 – 50,000 บาทแล้วแต่สภาพ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางไปทำการจับกุมนายฉลาด หรือปรีชา ซึ่งเป็นเจ้าของอู่พัฒนยนต์ เปิดเป็นอู่เถื่อนอยู่ในป่าที่ ต.มะขามหวาน อ.พัฒนนิคม จ.ลพบุรี โดยนายฉลาด รับสารภาพว่า รับซื้อรถยนต์จากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจริง โดยจะนำรถยนต์ที่รับซื้อมาไปชำแหละเป็นชิ้นส่วนแล้วขายต่อให้กับชาวบ้าน เพื่อนำไปทำรถยนต์การเกษตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือร่วมกันรับของโจรต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับนายสุภัทร พัฒนชีวะพูลนั้น เคยต้องโทษอยู่ในเรือนจำเขาพริก ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในข้อหาเสพยาเสพติด เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2557 โทษ 2 ปี 6 เดือน แต่ได้หลบหนีออกมาจากเรือนจำเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2557 โดยอ้างว่าผู้คุมจำเผลอเปิดประตูเรือนจำไว้ ก่อนที่จะไปกบดานอยู่กับน้องชายที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และมาร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้.