วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแล้ว!มือฆ่าทุบหัวหมอรพ.สต.บ้านขมิ้น

ตร.บุกรวบตัวฆาตกรโหดฆ่าทุบหัวหมอ รพ.สต.บ้านขมิ้น สารภาพแค้นถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยปลา และด่าบุพการี

ความคืบหน้าเหตุฆาตกรรม นายพงษ์พิทักษ์ คิดอ่าน อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 291 ม.9 บ้านขมิ้น ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ทำหน้าที่เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขมิ้น ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ทิ้งศพไว้ในรถยนต์บริเวณทางเข้ากระท่อมท้ายบ้านภูเงิน ม.7 ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา

วันที่ 29 ส.ค. ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายทรงศักดิ์ บอนแดง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.ผาเสวย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านายพงษ์พิทักษ์ โดยสามรถจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก

นายทรงศักดิ์ รับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายพงษ์พิทักษ์จริง โดยเวลา 21.00 น. ของวันที่ 26 ส.ค. ตนได้ออกไปหากบในทุ่งนา ซึ่งได้เดินทางผ่านกระท่อมของนายพงษ์พิทักษ์ ผู้ตาย แต่อยู่ๆ นายพงษ์พิทักษ์กลับกล่าวหาว่าตนมาขโมยปลาในสระ อีกทั้งยังตะโกนด่าทอบุพการี และนายพงษ์พิทักษ์ ได้ไปเปิดประตูรถ ตนจึงเกิดความโมโหและคิดว่านายพงษ์พิทักษ์จะไปหยิบอาวุธมาทำร้าย จึงใช้ขวานที่นำติดตัวมาด้วยตีเข้าไปที่ศีรษะของนายพงษ์พิทักษ์หลายครั้ง จากนั้นได้ใช้ปืนแก๊ปยิงซ้ำ จนเสียชีวิต

จากนั้นได้นำร่างขึ้นรถยนต์ของผู้ตาย เพื่อที่จะนำทั้งรถและศพไปทิ้ง หวังอำพรางคดี แต่หลังจากได้ขับรถยนต์ออกมาจากจุดเกิดเหตุได้เพียง 50 เมตร รถยนต์ก็เกิดติดหล่มไม่สามารถขับไปต่อได้ จึงได้ทิ้งรถยนต์ แล้วนำทรัพย์สินของผู้ตาย คือโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าธนบัตรไปด้วย และได้นำไปโยนทิ้งที่ลำห้วย

ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุได้นำไปซุกซ่อนไว้ในป่า จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกมาจับกุมตัวได้ที่บ้านพักดังกล่าว ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนและผู้ตายรู้จักกันเป็นอย่างดี เคยเล่นการพนันด้วยกันบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกัน สาเหตุเป็นเพียงความโกรธและอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.สมเด็จดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต