"วิเชียร" ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์เต้น สั่งนายอำเภอหล่มสัก หาข้อมูลหมู่บ้านอุ้มบุญ ชี้เผ่นออกจากหมู่บ้าน คาดเข้ากทม.
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากที่มีรายงานข่าวว่ามีหมู่บ้านอุ้มบุญใน อ.หล่มสัก จึงได้สั่งการให้นายสมยศ รอดแช่ม นายอำเภอหล่มสัก และนางเกสร วงษ์มณี สาธารณสุขอำเภอหล่มสัก พร้อมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหมู่บ้านอุ้มบุญแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ระบุว่า ไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในหมู่บ้าน ไม่ได้รับความร่วมมือจากแม่อุ้มบุญเหล่านี้ใดๆ ทั้งสิ้น และยังถูกกีดกันจากคนใกล้ชิดในครอบครัวอีกด้วย
โดยคณะนายสมยศได้เดินทางไปพบประธาน อสม.ประจำหมู่บ้านอุ้มบุญ กระทั่งได้รับคำชี้แจงว่า แม่อุ้มบุญซึ่งเหลืออีก 5 รายและอยู่ระหว่างตั้งครรรภ์ รอคลอด หลังข่าวเรื่องนี้ถูกตีแผ่และโด่งดัง ต่างพากันหนีไป กทม.ทั้งหมดแล้ว โดยรายสุดท้ายเพิ่งเดินทางออกจากหมู่บ้านเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา
ประธาน อสม.หมู่บ้าน ที่เป็นหมู่บ้านอุ้มบุญ กล่าวว่า สามีภรรยาชาวต่างชาติที่ว่าจ้างให้อุ้มบุญ เท่าที่ทราบมีหลายเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแถบเอเซีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์และอิสราเอล จากการสอบถาม ทราบว่า ได้รับการเลี้ยงดูในระหว่างตั้งครรภ์เดือนละประมาณ 10,000 บาท และหญิงส่วนใหญ่ที่รับอุ้มบุญ เคยมีสามีและครอบครัวมาก่อนทั้งนั้น โดยจะมีนายหน้ามาติดต่อขณะไปทำงานที่กรุงเทพ และปริมณฑล
ในส่วนนางเกษร วงศ์มณี สสอ.หล่มสัก ได้เรียกประชุม อสม.ทั้งตำบล เพื่อหาข้อมูลคนตั้งครรภ์ทั้งหมด ในตำบลปากช่อง โดยจะเอาตำบลเป้าหมายก่อน จากนั้นจะกระจายไปทุกตำบลในพื้นที่ อ. หล่มสักเพื่อค้นหาแม่อุ้มบุญ และทำความเข้าใจในทางที่ดี ให้คนที่คิดจะอุ้มบุญ ได้ตระหนักไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ส่วนจะผิดกฏหมายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ
นายประสพ แสนภูคา ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านปากออก ต.ปากช่อง กล่าวว่า เรื่องหมู่บ้านตกเป็นข่าวแม่อุ้มบุย ทำให้มีผู้คนส่วนราชการหลายฝ่ายต่างเข้ามาในหมู่บ้าน ส่วนตัวพูดอะไรมากไม่ได้ ระหว่างนี้ทุกเช้า จะมีเสียงตามสายจากผู้ใหญ่บ้านประกาศ เรื่องการอุ้มบุญในหมู่บ้าน แต่หญิงเหล่านั้นได้หลบออกจากหมู่บ้านไปหมดแล้ว ส่วนที่คนเคยทำก็ปิดปาก ไม่ให้รายละเอียดอะไร แม่แต่ทางนายอำเภอ หรือ สสอ. ไปสอบถาม ยังไม่ให้ความร่วมมือใดๆ และยังกีดกันเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาวุ่นวายในหมู่บ้าน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาชี้แจง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนแต่อย่างใด
สำหรับตำบลปากช่อง เป็นตำบลใหญ่มี 17 หมู่บ้าน คนส่วนหนึ่งในวัยทำงานออกจากบ้านไปหาทำงานต่างจังหวัด โดยเฉพาะที่กรุงเทพ ส่วนคนที่รับเป็นแม่อุ้มบุญมีนายหน้ามาติดต่อ เมื่อจะคลอดก็จะมีคนรับตัวไปคลอดที่อื่น เมื่อมีเงินจากค่าอุ้มบุญจึงทำให้มีคนรับทำต่อมาอีกหลายราย





