เครือข่ายปฏิรูปพลังงานยื่น5ข้อ ดันพรบ.พลังงานหมุนเวียน เปิดปชช.เป็นเจ้าของ-ผลิตไฟฟ้า
แบ่งพื้นที่ปิโตรเลียมและพื้นที่ผลิตอาหาร-การท่องเที่ยวให้ชัดเจน จัดเดินเท้ารณรงค์หาดใหญ่-กรุงเทพฯ กว่า 900 กิโลเมตร รวมเวลา2เดือนครึ่ง เผยเห็นรายชื่อคณะกรรมการสรรหาพลังงานแล้วไม่สบายใจ เหตุเป็นบุคคลที่เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งสิ้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (19 ส.ค.) ลานหอนาฬิกา เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปดพลังงาน 8 จังหวัดภาคใต้และตัวแทนจากส่วนกลางประมาณ 150 คน รวมตัวจัดกิจกรรมเดินรณรงค์หาดใหญ่ถึงกรุงเทพฯ ตามถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข41) ระยะทาง 900 กว่ากิโลเมตร เพื่อนำข้อเสนอการปฏิรูปพลังงานต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยคาดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนครึ่ง ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีแกนนำเครือข่ายประมาณ 20 คน ส่วนที่เหลือจะมีประชาชนแต่ละจังหวัดที่เดินทางผ่านเข้าร่วม
นายประสิทธิชัย หนูนวล ผู้ประสานงานขาหุ้นปฎิรูปพลังงาน เปิดเผยว่า ระยะทางในเดินวันละประมาณ 16-18 กิโลเมตร ก่อนจะหยุดพักให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่้นั้นๆ ในขณะเดียวกันก็จะมีเวทีใหญ่ใน 10 จังหวัด (แบ่งเป็น 5 เวทีในภาคใต้และ5 เวทีของภาคกลางที่เป็น้ส้นทางผ่านการเดิน) เพื่อให้ความรู้กับประชาชนเรื่อง "พลังงานไทย ราคาเป็นธรรม ประชาชนต้องเป็นเจ้าของ" ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีกิจกรรมของแต่ละจังหวัด
"ปลายทางเราก็จะอยู่ที่กรุงเทพฯ คือการยื่นข้อเสนอตามที่ประชาชนได้ร่วมกันลงชื่อแนวทางการปฏิรูปพลังงานที่เขาต้องการ"
ซึ่งการเดินครั้งนี้เป้าหมายหลักๆ 3 ประการ คือ 1.การให้ความรู้กับประชาชนเรื่องพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลด้านพลังงานถูกปกปิดและบิดเบือน จึงอาศัยการเดินที่ยาวนานครั้งนี้ให้ความรู้กับประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2.การผลักดันให้ผู้อำนาจในขณะนี้ชะลอบางเรื่องบางโครงการด้านพลังงาน เช่นชะลอการเปิดสัมปาทานปิโตรเลียมรอบที่ 21, การชะลอการแปรรูปปตท. 100 เปอร์เซ็นต์ , การคื่นท่อก๊าซฯ, การชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ้านหินในภาคใต้ และ3.การปฏิรูปในระยะยาวในเรื่องการเปลี่ยนกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์กับประชาชน
นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีเครือข่ายภาคประชาชนทุกเครือข่ายเข้าร่วม เพื่อต้องการให้ทางผู้อำนาจดำเนินการในเรื่องการปฏิรูปพลังงาน เนื่องจากภาคประชาชนเริ่มไม่ให้แน่ใจการปฏิรูปของคสช.ที่มีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการสรรหาสภาปฏิรูปที่มีรายชื่อบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดปัญหาพลังงานในปัจจุบัน
"ดูรายชื่อคณะกรรมการสรรหาด้านพลังงงานแล้ว บอกได้เลยว่า เราไม่แน่ใจว่าจะปฏิรูปได้ เพราะคนเหล่านั้นมีส่วนในการทำให้เกิดปัญหา กลายเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน เราไม่ได้ท้าทายอำนาจคสช.แต่เราทำหน้าที่ช่วยคสช.มากกว่า ด้วยการบอกว่ภาคประชาชนเขาคิดอย่างไรและมีข้อเสนออย่างไร สำหรับการปฏิรูปพลังงานที่ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์" นายบรรรจง กล่าว
ในขณะที่เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน "ก่อนออกเดินรณรงค์" ขอให้มีการปฏิรูปพลังงานอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อประเทศชาติและประชาชน 1.ตามเจตานารมย์ของประชาชนที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานมานานปลายปีและไม่สามารถดำเนินการได้ในรัฐบาลนักการเมืองหลายสมัยที่ผ่านมา ประกอบกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มีนโยบายปฏิรูปประเทศเพื่อคืนความสุขให้คนไทย
อีกทั้งความสำคัญของการปฏิรูปได้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 27 ให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ การปฏิรูปพลังงานบบรรจุในประเด็นที่ (7) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสามารถต่อความสุขของคนไทย
2.เพื่อสนับสนัน ศสช.คณะรัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เกิดการปฏิรูปพลังงานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม รวมทั้งเป็นการแสดงเจตนารมย์เพื่อสนับสนุนการรปฏิรูปทั้งด้านเนื้อหาและการมีส่วนร่วมขาหุ้นปฏิรูปพลังงานซึ่งประกอบด้วยประชาชนทั้งภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก จึงได้ออกเดินรณรงค์เพื่อให้ความรู้กับประชาชนว่าทำไมต้องปฏิรูปพลังงานและเป็นการแสดงข้อมูลความรู้เพื่อให้ข้อเสนอการปฏิรูปพลังงานตั้งอยู่บนฐานข้อเท็จจริงและเป็นข้อเสนอที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียวโดยวิธีการดังกล่าวนี้จะทำให้การปฏิรูปกลายเป็นหัวใจสำคัญของการคืนความสุขให้ประชาชนอย่างแท้จริง
3.การปฏิรูปพลังงานเป็นประเด็นสำคัญยิ่งที่เต็มไปด้วยอำนาจและผลประโยชน์ ทั้งนี้ได้มีตัวเลขในองค์ต่างประเทศที่ได้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีปิโตรเลียมมากกว่าประเทศในกลุ่มโอเปกบางประเทศและเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศพบว่าเราใช้น้ำมันแพงเป็นอันดับที่ 9 และเมื่อเปรียบเทียบรายได้ในบรรดาการสำรวจ 61 ประเทศทั่วโลก และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านพบว่าผลประโยชน์ที่ประเทศได้รับน้อยกว่าประเทศเหล่านั้นมากในทางตรงกันข้ามกำไรส่วนใหญ่ตกเป็นของบริษัทเอกชน ซ้ำร้ายกว่านั้น เมื่อให้สัมปาทานไปแล้วเราจะสูญเสียอธิปไตยด้านปิโตรเลียมให้กับบริษัทเอกชนทันที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ และทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของการที่ประชาชนต้องใช้น้ำมัน ก๊าซ ในราคาแพงมาก อีกทั้งระบบดังกล่าวเอื้อต่อการทุจริตคอรัปชั่นของวงการราชการที่ยอมออกนโยบายเอประโยชน์ต่อบริษัทเอกชนมากกว่าการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ
4.โดยเจตนาสุจริต ขาหุ้นปฏิรูปพลังงานจึงมีความจำเป็นต้องเดินรณรงค์ให้ความรู้ประชาชน เพราะข้อมูลพลังงานมีความซับซ้อนอีกทั้งบริษัทน้ำมันและข้าราชการกระทรวงพลังงานมักจะให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนรอบด้านต่อประชาชน เพื่อแสดงต่อ คสชคณะรัฐบาลและสภาปฏิรูปเห็นว่าข้อเสนอการปฏิรูปดังกล่าวเป็นเจตานารมณ์โดยแท้ของประชาชน ทั้งนี้จากข้อมูลและการรับฟังความเห็นของประชาชน เราขอเสนอประเด็นการปฏิรูปของผู้มีส่วนรับผิดชอบดังนี้
(1) เพื่อประเทศได้ประโยชน์สูงสุดขอให้เปลี่ยนระบบสัมปาทานปิโตรเลียมเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต ซึ่งได้พิสูจน์จากนานาประเทศว่าจะทำให้ประเทศได้ความเป็นเจ้าของปิโตรเลียมคืนมา (2) ขอให้จัดตั้งบริษัทแห่งชาติเพื่อควบคุมปิโตรเลียมให้ประชาชนให้ก่อนในราคาที่้เป็นธรรม (3) ขอให้มีการแบ่งพื้นที่ปิโตรเลียมและพื้นที่ผลิตอาหาร/การท่องเที่ยวอย่างชัดเจนเพื่อการพัฒนาที่สมดุล (4)เพื่อความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ปลดโรงไฟฟ้าถ่านหินจากแผนผลิตพลังงานไฟฟ้าที่นานาประเทศกำลังปฏิบัติ (5) เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าและประชาชนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของการผลิตไฟฟ้าได้ ขอให้ผลักดันกฎหมาย พรบ.พลังงานหมุนเวียนโดยเร็ว
5.การเดินรณรงคดังกล่าวหัวใจสำคัญคือการให้ความรู้และสนับสนุนการปฏิรูปโดยดำเนินการตารมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 3 ที่ระบุว่า อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความสเมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับความคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้การเดินรณรงค์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการกระทำอันเป็นบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศหรือราชการแผ่นดิน ตรมที่ระบุในมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รวมทั้งไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยตามประกาศกฎอัยการศึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)





