"น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นำดอกไม้กราบขอโทษ "โค้ชเช" เช ยอง ซอก กับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
รับเป็นคนใจร้อนรู้เท่าไม่ถึงการจนเรื่องลุกลามใหญ่โต นับเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต จากนี้ไปขอโอกาสจากผู้บริหารสมาคมว่า จะให้หวนคืนทีมชาติอีกหรือไม่
ความคืบหน้ากรณี "น้องก้อย" รุ่งระวี ขุระสะ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองแดงชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่อุซเบกิสถาน ออกมาแฉว่า ถูก "โค้ชเช" เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ ลงโทษเกินกว่าเหตุ ด้วยการทำร้ายร่างกาย ระหว่างการแข่งขันเทควันโด "โคเรีย โอเพ่น" ที่เกาหลีใต้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ทำการสมาคมเทควันโด ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก "น้องก้อย" รุ่งระวี พร้อมด้วยคุณพ่อและแม่ นายวัลลภ และนางนพมาศ ขุระสะ เดินทางมาขอโทษ "โค้ชเช" ซึ่งทันทีที่ทั้งสองคนเจอหน้ากันรู้สึกเกร็งเล็กน้อย จากนั้น รุ่งระวี ได้นำพวงมาลัยกราบขอโทษ "โค้ชเช" พร้อมกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขอโทษ โค้ชเช ที่ทำไม่ดีรู้เท่าไม่ถึงการจนทำให้เรื่องดังกล่าวลุกลามใหญ่โต จากนั้น โค้ชเช ได้ตบไหล่พร้อมกล่าวให้อภัย "น้องก้อย" ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน โดย "น้องก้อย" ไม่ได้ลงฝึกซ้อมเมื่อแรกตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้
"น้องก้อย" รุ่งระวี เปิดใจว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคนไล่ตั้งแต่ผู้บริหารสมาคมเทควันโด และ โค้ชเช ที่ทำให้เกิดเหตุในเรื่องนี้ ส่วนตัวยอมรับว่า เป็นคนใจร้อนมีประสบการณ์ชีวิตยังน้อย จึงใช้โลกสังคมออนไลน์เป็นสื่อกลาง ส่งผลให้เกิดกระแสมีกระทบกับตัวเองและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ถือว่า เป็นบทเรียนราคาแพงให้กับชีวิตของตัวเองและนักกีฬาคนอื่นๆ ว่า อย่าทำเรื่องในลักษณะนี้ สำหรับการเดินทางมาในวันนี้เพื่อต้องการขอโทษ โค้ชเช ถึงเรื่องราวทั้งหมด พร้อมกับขอโอกาสจากผู้บริหารสมาคมและโค้ชเชว่า จะให้โอกาสตัวเองกลับมาสู่แคมป์ทีมชาติอีกครั้งได้หรือไม่ เพราะยังมีความรักและผูกพันในกีฬาชนิดนี้มานานเป็น 10 ปี จึงอยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเองว่า ยังมีความพร้อมในการรับใช้ชาติ พร้อมกันนี้จะเชื่อฟังคำสั่ง โค้ชเช และทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะนักกีฬาให้ดีที่สุด
"น้องก้อย" กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่ตัวเองไม่มาปรากฏตัวกับสื่อมวลชนถึง 3 ครั้งนั้น สาเหตุเพราะทนแรงกดดันและผลกระทบต่างๆ ไม่ไหว อีกทั้งตัวเองยังมีอาการบาดเจ็บและปรับสภาพร่างกายไม่ได้ จึงไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อะไร แต่วินาทีนี้ตัวเองมีความพร้อมแล้ว จึงอยากออกมาขอโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ขอยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวทั้งหมดไม่มีใครบงการอยู่เบื้องหลัง แต่ก็มีขอคำปรึกษาบ้าง เพราะตัวเองในฐานะลูกศิษย์ก็อยากระบายความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้รับทราบ จากนี้ไปอยากให้เรื่องดังกล่าวนี้ยุติลงด้วยดี เพราะทุกอย่างมันจบลงแล้ว ส่วนอนาคตการกลับมาสู่ทีมชาติก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสมาคม





