"เดเด้" ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ยกผลงานของลูกทีมสุดยอด ด้วยการไล่ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ 5-2
ในศึกฟุตบอลโลก 2014 เมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย. จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ยังปัดไม่ใช่ตัวเต็งแชมป์ ขณะที่ เซซาเร ปรันเดลลี กุนซือ "อัซซูรี" อิตาลี ยอมรับสมควรพลิกพ่าย คอสตาริกา 0-1 ส่งผลให้ทีม "กล้วยหอม" ลอยลำเข้ารอบ 2 เป็นหนแรกในรอบ 24 ปี และทำให้ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ตกรอบเรียบร้อยแล้ว
ศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เมื่อคืนวันที่ 20 มิถุนายน ในการเล่นนัดที่ 2 กลุ่ม อี ที่อารีนา ฟอนเต โนวา เมืองซัลวาดอร์ "ตราไก่" ฝรั่งเศส พบกับ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ หลังจากคว้าชัยชนะมาในเกมแรกด้วยกันทั้งคู่ เกมนี้ "เดเด้" ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือฝรั่งเศส ตัดสินใจส่ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเป้าลงไปช่วยแนวรุกร่วมกับ มาติเยอ วัลบูเอนา และ คาริม เบนเซมา ก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 5-0 จากการยิงของ 5 นักเตะไม่ซ้ำหน้ากัน ไล่ตั้งแต่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาที 17, บลายเซ มาตุยดี นาที 18, มาติเยอ วัลบูเอนา นาที 40, คาริม เบนเซมา นาที 67, โมฮัมเมด ซิสโซโก นาที 73 และมีโอกาสได้ประตูเพิ่มจากลูกจุดโทษในนาที 32 ทว่า เบนเซมา ยิงไปติดมือของ ดิเอโก เบนาโญ นายทวาร สวิตเซอร์แลนด์ ที่เซฟเอาไว้ได้ ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ ยังมีฮึดยิงไล่ตามมาได้ 2 ลูกจาก เบลริม เซไมลี นาที 81 และ กรานิท ซากา นาที 87 ส่งผลให้ ฝรั่งเศส ชนะ 2 นัดรวดมี 6 คะแนนเต็ม โอกาสเข้ารอบสดใส ขณะที่ สวิตเซอร์แลนด์ ยังมี 3 แต้มเท่าเดิม
หลังจบเกม ดิดิเยร์ เดสชองส์ ออกมาชมผลงานของลูกทีมที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก แต่ยังคงมุ่งมั่งขอทำผลงานในเกมนัดสุดท้ายให้ดีที่สุด เพราะทีมยังไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนถ่อมตัวว่า ฝรั่งเศส ไม่ได้เป็นตัวเต็งสำหรับการลุ้นแชมป์โลก เนื่องจากเกมในรอบแรกยังไม่จบเลย
"มันเป้ฯเกมที่สวยงาม และมากกว่าความสมบูรณ์แบบ หลังจากเราที่ได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม แต่เรายังคงต้องทำผลงานในนัดต่อไปให้ได้ดีที่สุด เราไม่ได้เป็นทีมเต็งแชมป์อะไรเลย เพราะว่าเกมในรอบแรกยังไม่จบเสียด้วยซ้ำ เรายังมีเกมนัดสุดท้ายของรอบแรกรออยู่" เดสชองส์ กล่าว
ด้าน ออตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ เทรนเนอร์สวิตเซอร์แลนด์ รู้สึกผิดหวังผลงานของลูกทีมเป็นอย่างมาก เป็นเหมือนวันที่มืดมนของทีมอย่างแท้จริง พร้อมกับกล่าวตำหนิผู้เล่นในแนวรับที่เสียประตูกันแบบง่ายๆ เกินไป แต่ยังมีความมุ่งมั่นหวังที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปให้ได้ ก่อนที่จะชื่นชม ฝรั่งเศส เป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้มีประสิทธิภาพสูงมาก และจะได้ผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ อย่างแน่นอน
ส่วนอีกคู่ในกลุ่ม อี ที่อารียา ดา ไบซาดา เมืองคูริติบา เอกวาดอร์ พบกับ ฮอนดูรัส ซึ่งแพ้มาทั้งคู่ ก่อนที่ ฮอนดูรัส จะเป็นฝ่ายออกนำก่อนจาก คาร์โล คอสต์ลี นาที 31 แต่ เอกวาดอร์ จัดการยิงแซงได้ 2 ลูกรวดจาก เอนเนอร์ วาเลนเซีย คนเดียวในนาที 34 และ 65 ส่งผลให้ เอกวาดอร์ ชนะ 2-1 เก็บ 3 คะแนนไว้ได้ และยังมีโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในเกมนัดสุดท้าย ขณะที่ ฮอนดูรัส แพ้รวดไม่มีแต้ม โอกาสเข้ารอบแทบไม่เหลือแล้ว
สำหรับในเกมสุดท้ายของกลุ่มอี จะมีขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ฝรั่งเศส จะพบกับ เอกวาดอร์ ที่มาราคานา สเตเดี้ยม เมืองริโอ เดอ จาเนโร โดยที่ ฝรั่งเศส ขอแค่เสมอจะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มทันที หรือถ้าแพ้แบบไม่ถล่มทลาย ก็ยังผ่านเข้ารอบ ขณะที่ สวิตเซอร์แลนด์ พบ ฮอนดูรัส ที่อารีนา ดา อมาโซเนีย เมืองมาเนาส์ ซึ่ง สวิตเซอร์แลนด์ ต้องเอาชนะให้ได้ไว้ก่อน และต้องยิงประตูให้มากที่สุด ก่อนไปดูผลของคู่ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ เอกวาดอร์ ว่าจะออกมาอย่างไร
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม อี
แข่งชนะเสมอแพ้ได้เสียแต้ม
ฝรั่งเศส2200826
เอกวาดอร์2101333
สวิตเซอร์แลนด์2101463
ฮอนดูรัส2002150
อิตาลีพลิกพ่ายฉุดสิงโตตกรอบ
การแข่งขันในกลุ่ม ดี ที่อารีนา แปร์นัมบูโก เมืองเรซิเฟ "อัซซูรี" อิตาลี ที่นัดแรกเอาชนะ อังกฤษ 2-1 พบกับ "กล้วยหอม" คอสตาริกา ซึ่งเกมแรกพลิกล็อกทุบ อุรุกวัย 3-1 ก่อนที่ คอสตาริกา จะพลิกล็อกอีกครั้งด้วยการได้ประตูชัยจากลูกโหม่งของ ไบรอัน รุยซ์ ในนาที 44 ทำให้คว้าชัยชนะ 2 นัดรวด มี 6 แต้ม ผ่านเข้ารอบต่อไปเป็นทีมแรกของกลุ่มนี้แบบพลิกความคาดหมาย และเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หลังทำได้ในศึกฟุตบอลโลก1990 ที่อิตาลี ขณะที่ อิตาลี มี 3 คะแนนเหมือนเดิม และยังโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในเกมชี้ชะตานัดสุดท้ายที่จะพบกับ อุรุกวัย ที่มี 3 แต้มเท่ากัน ซึ่งจะแข่งกันที่อารีนา ดาส ดูนาม เมืองนาทาล ในวันอังคารที่ 24 มิถุนายนนี้ โดย อิตาลี ขอเพียงแค่ผลเสมอจะผ่านเข้ารอบ เนื่องจากมีประตูได้เสียดีกว่า อุรุกวัย
จากผลการแข่งขันที่ออกมา ยังส่งผลให้ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ต้องกระเด็นตกรอบทันที เพราะยังไม่มีคะแนนจากการแพ้ 2 นัดรวด เนื่องจาก อิตาลี ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ โดยเกมนัดสุดท้าย อังกฤษ จะพบกับ คอสตาริกา ที่มิไนเรา สเตเดี้ยม เมืองเบโล ฮอริซอนเต้ ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ โดย คอสตาริกา ขอเพียงแค่ผลเสมอก็จะได้เข้าป้ายแชมป์กลุ่มนี้
หลังจบเกม เซซาเร ปรันเดลลี กุนซือ "อัซซูรี" ยอมรับว่า สมควรเป็นฝ่ายแพ้ เพราะลูกทีมเล่นผิดพลาดกันเองเกือบตลอดทั้งเกม ซึ่งตรงกันข้ามกับคู่แข่งที่มีการเตรียมตัวมาดีมาก พร้อมกับประกาศขอคว่ำ อุรุกวัย ในเกมนัดสุดท้าย เพื่อให้พาทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ด้าน ฮอร์เก หลุยส์ ปินโต กุนซือ "กล้วยหอม" รู้สึกปลื้มใจฟอร์มการเล่นของลูกทีมที่สามารถเอาชนะ อิตาลี ซึ่งเป็นต้นแบบการเล่นให้ทีมของเขามานานแล้ว และยังคงพร้อมทำผลงานในเกมต่อไปให้ดีที่สุด แม้จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้วก็ตาม
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม ดี
แข่งชนะเสมอแพ้ได้เสียแต้ม
คอสตาริกา2200416
อิตาลี2101223
อุรุกวัย2101233
อังกฤษ2002240





