วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ผู้ว่าฯกระบี่จัดการมือสลายม็อบที่ดิน

กลุ่มสมาคมคนไร้ที่ดินทำกินร้องผู้ว่าฯกระบี่ จี้ผู้ว่าฯกระบี่จัดการมือสลายม็อบที่ดิน

กลุ่มสมาคมคนไร้ที่ดินทำกินร้องผู้ว่าฯกระบี่ เช็คบิลเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ อ้างสลายชุมนุมรุนแรง ใช้ปืนยิงชาวบ้านเจ็บหลายสิบคน ยันปักหลักหน้าศาลากลางจนกว่าจะได้คำตอบ ส่วนกรณีปะทะที่เหมืองทองคำ จ.เลย ชาวบ้านร่อนจดหมายเปิดผนึกร้องระงับขนส่งแร่ พร้อมปักหลักกดดันหน้าเหมืองจนพนักงานเข้าทำงานไม่ได้ ต้องขึ้นโรงพักแจ้งลงประจำวันเป็นหลักฐาน ขณะที่อุตสาหกรรม จ.เลย เผยผลตรวจบริษัท ทุ่งคำ ขออนุญาตขนถูกต้อง

จากกรณีชาวบ้าน ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พร้อมตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กว่า 200 นาย เข้าทำการผลักดันกลุ่มชาวบ้านในชื่อ กลุ่มสมาคมคนไทยไร้ที่ดินทำกิน ให้ออกจากพื้นที่บริเวณ ถนนเซาเทิร์นซีบอร์ด หน้าสวนปาล์มน้ำมันที่ขาดอายุสัมปทานของบริษัท ยูนิวานิช จำกัด (มหาชน) หมุ่ 7 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพะยา จ.กระบี่ หลังปักหลักชุมนุมยึดพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐจัดสรรที่ทำกินให้คนยากจน มากว่า 9 เดือนจนสร้างความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา แต่การผลักดันเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมากลับมีการใช้อาวุธปืนยิงปะทะกันจนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายนั้น

ล่าสุด เมื่อเที่ยงวานนี้ (19 พ.ค.) นายสุมลตรี สุขดำ แกนนำกลุ่มสมาคมคนไทยไร้ที่ดินทำกิน ได้ยื่นหนังสือต่อนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความเป็นธรรมต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้ความรุนแรง ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 50 ราย

แกนนำกลุ่มสมาคมคนไทยไร้ที่ทำกิน กล่าวหลังการยื่นหนังสือว่า หากทางจังหวัดไม่ให้คำตอบ ผู้ชุมนุมจะปักหลักพักค้างคืนหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม โดยทางกลุ่มได้นำเต็นท์มากางพักพร้อมหุงข้าวปลาอาหารกันที่บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลากลาง

ชี้ทำจนท.ทำเกินกว่าเหตุ

นายจักรพงษ์ ชูศรี อายุ 50 ปี หนึ่งในแกนนำคนไทยไร้ที่ดินทำกิน กล่าวว่า การกระทำเจ้าหน้าที่รัฐ เกือบ 300 คน เข้าไปสลายผู้ชุมนุมที่มีเพียง 100 คนให้ออกจากพื้นที่ เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ผิดขั้นตอนในการสลายการชุมนุม

"บอกว่าจะให้เวลา 1 ชั่วโมง ให้ชาวบ้านเก็บข้าวของออกจากพื้นที่ แต่ผ่านไปเพียง 20 นาที เจ้าหน้าที่ก็เข้าไปสลายผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธและไม่ได้ก่อความเดือนร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซ้ำยังใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่ชาวบ้าน จนมีคนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ 1 ราย และอีกกว่า 50 คนต้องได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่" นายจักรพงษ์ กล่าว

นายจักรพงษ์ กล่าวอีกว่า หากชาวบ้านมีอาวุธปืนจริง ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่โดนยิงโต้ตอบแม้แต่รายเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าข้างนายทุน โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ปลายพระยารายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสวนปาล์มให้กับบริษัท ยูนิวานิช จำกัด (มหาชน) และยังได้จัดสรรพื้นที่สวนปาล์มให้กับผู้ใหญ่บ้านรายนี้ จำนวน 300 ไร่ เพื่อเป็นค่าตอบแทน

อุตสาหกรรมเลยระบุขนแร่ถูกต้อง

ส่วนความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งที่เหมืองแร่ทองคำ จ.เลย นั้น วานนี้ (19 พ.ค.) นายธรรมอดิสร เหมืองทอง หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เปิดเผยถึงการตรวจสอบการขออนุญาตขนส่งแร่จากเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด หลังเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มชายฉกรรจ์กับชาวบ้านที่ประท้วงการทำเหมืองแร่ดังกล่าวในพื้นที่บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ว่า แร่ที่ขนส่งไปนั้นจากการตรวจสอบจากฝ่ายเหมืองแร่แล้วทราบว่าเป็นการขออนุญาตที่ถูกต้อง ประกอบด้วย แร่ทองแดง แร่ทองคำ และมีแร่เงินเจือปน จำนวน 467 ตัน 355 ถุง ยื่นขอนุญาตขนเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2557 และจะขนวันที่ 16-17 พ.ค.2557 ขนส่งไปที่ท่าเรือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ส่วนใครเป็นผู้ขนนั้นต้องขึ้นอยู่กับบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ขนเองหรือว่าจ้างผู้รับจ้างบรรทุกและขนส่งแร่ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีแร่ค้างในเหมืองทองคำแห่งนี้ที่แต่งแล้วจำนวน 1,900 ตันที่ยังไม่ได้แต่งแร่อีก 20,000 ตัน

ชาวบ้านเลยร่อนจม.ขอระงับขนแร่

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้ทำจดหมายเปิดผนึกด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมอุสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย เรื่อง ขอให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน และขอตรวจสอบและขอสำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2557 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ยังทำสำเนาจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง และผู้ว่าราชการจังหวัดเลยด้วย

ทั้งนี้ เนื้อหาในจดหมายระบุว่า ตามที่กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านถูกกองกำลังเถื่อนปิดล้อมหมู่บ้าน จับกุม ขู่ฆ่า และรุมซ้อมทำร้ายร่างกายเพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ค.ถึงเช้าวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ประชาชน กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านบาดเจ็บหลายสิบราย โดย กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดได้ส่งจดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 24 เม.ย.2557 เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ของบริษัทเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นในหมู่บ้านซึ่งมีสัญญาณความรุนแรงในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดจากการเข้ามาข่มขู่คุกคามของกลุ่มคนมีสีกลุ่มหนึ่งเพื่อขนแร่ออกไปได้

โดยบริษัท ทุ่งคำ อ้างว่ามีใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ที่ถูกต้องจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทั้งนี้จากจดหมายชี้แจงที่ ลย.0033(2)/0852 ลงวันที่ 28 เม.ย.2557 จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดเลยที่มิได้แจงรายละเอียดเรื่องใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตการขนแร่ ทั้งหมดของบริษัท ทุ่งคำ รวมถึงการอนุญาตให้บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตการขนแร่ แม้ว่าทางกลุ่มฯ จะมีหนังสือถึงท่านอีกครั้ง ในวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมาเพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบและแจ้งเรื่องมายังกลุ่มฯ เนื่องจากเป็นเอกสารที่มีความสำคัญและจะนำไปสู่ผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้าน

ทั้งนี้ เพราะเรื่องดังกล่าวคือสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในหมู่บ้านตามวันเวลาดังกล่าว และสถานการณ์ ณ ขณะนี้ยังมีแนวโน้มการก่อเหตุรุนแรงที่ประชาชนกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน มีความเสี่ยงจะถูกคุกคามทำร้ายมากยิ่งขึ้น

ขอตรวจเอกสารบริษัทเหมืองย้อนหลัง

ด้วยเหตุดังนี้ทางกลุ่มฯ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนใน 6 หมู่บ้าน โดยขอให้มีคำสั่งด่วนที่สุดให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดเอาไว้ก่อน รวมถึงทางกลุ่มฯ ขอตรวจสอบ และขอสำเนาหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเอกสารขออนุญาต ใบอนุญาตซื้อ-ขายแร่และใบอนุญาตขนแร่ ทั้งหมดของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นมา

ส่วนบรรยากาศในพื้นที่ เมื่อช่วงเช้า วันเดียวกัน ชาวบ้านยังรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณสี่แยกปากทางเข้าเหมืองทองคำ และใกล้เคียง โดยเฉพาะบนสะพานข้ามลำน้ำฮวย ถนนเชื่อมระหว่างเหมืองทองคำกับหมู่บ้านนาหนองบง เพื่อต่อต้านเหมืองทองคำและป้องกันกลุ่มบุคคลที่จะเข้าทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นครั้งใหม่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอปพร.ประมาณ 10 คนอยู่ในพื้นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้

พนักงานแจ้งตร.เข้าเหมืองไม่ได้

ขณะที่พนักงานและลูกจ้างของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ประมาณ 300 คน ได้ชุมนุมกันที่บริเวณถนนหน้าวิทยาลัยการอาชีพวังสะพุง ต.ปากปวน อ.วังสะพุง จ.เลย หลังจากไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำงานภายในเหมืองทองคำได้ เพราะถูกปิดกั้นทางเข้าออก และมีตะปูเรือใบที่ถนนทางเข้าเหมืองทองคำจำนวนมาก เกรงว่าหากฝ่าเข้าไปจะเกิดอันตรายและอาจเกิดการปะทะกับชาวบ้านได้ จึงมีมอบหมายให้ตัวแทนพนักงานบริษัทเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วังสะพุง